25.09.2009 / 3:32 pm
ป๊อก - อาหารหู
124.120.20.160
เกี่ยวกับเพชรา เชาวราษฎร์

ตั้งแต่เปิดร้าน "อาหารหู" มาราวต้นปี 2550   ได้มีลูกค้าจำนวนมากที่เข้ามาถามหาหนังที่ "ป้าอี๊ด" หรือ คุณป้าเพชรา เชาวราษฎร์  นางเอกเบอร์ 1 ของวงการหนังไทยในอดีตเคยแสดงเอาไว้   ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่มักมีอายุ 30 ปลายๆ ไปจนถึง 50 ต้นๆ  นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า  หนังของ"ป้าอี๊ด" ยังอยู่ในความทรงจำของแฟนหนังไทยรุ่นเก่าไม่รู้ลืม 

กระทู้นี้..ผมพยายามจะให้เป็นกระทู้ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวต่างๆของ "ป้าอี๊ด" ในทุกๆแง่มุม  รวมถึงรวบรวมรายชื่อและรูปใบปิดหนังไทยที่ "ป้าอี๊ด" เคยแสดงเอาไว้  นำมาลงในกระทู้นี้ให้มากที่สุด   อาจนำมาจากบทความ , จากหนังสือ  หรือ ตามเว็ปต้างๆที่เขียนถึงนางเอก "นัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง" คนนี้  อย่างน้อยๆก็เพื่อให้คนรุ่นหลังๆได้รู้จัก "ป้าอี๊ด" เพชรา เชาวราษฎร์ ให้มากว่าที่เป็นอยู่ 

และ ให้เป็นอีกที่สำหรับคนที่รักเพชรา เชาวราษฎร์  อาจจะเข้ามา..คุยกัน

-----

ลิ้งค์ไปหน้าเว็ปร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย) www.rharnhoo.com

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.09.2009 / 4:19 pm
124.122.65.104
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 1

เพชรา เชาวราษฎร์

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.09.2009 / 4:20 pm
124.122.65.104
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 2

เพชรา เชาวราษฎร์

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.09.2009 / 4:20 pm
124.122.65.104
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 3

เพชรา เชาวราษฎร์

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 2:56 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 4

รายชื่อภาพยนตร์ไทย ที่เพชรา เชาวราษฎร์ เคยแสดงเอาไว้  เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จนถึง ปี พ.ศ. 2521

ข้อมูลบางส่วนนำมาจาก วิกิพีเดีย

((http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C))

-----

 **บันทึกรักพิมพ์ฉวี (2505 - ภาพยนตร์เรื่องแรก)
ดอกแก้ว (2505)
แพนน้อย (2506)
เหยี่ยวดำ (2506)
คมพยาบาท (2506)
รวงแก้ว (2506)
เก้ามหากาฬ (2507)
มังกรคนอง (2507)
สมิงบ้านไร่ (2507)
ภูติพิศวาส (2507)


พนาสวรรค์ (2507)
ร้อยป่า (2507)
พันธุ์ลูกหม้อ (2507)
จ้าวพยัคฆ์ (2507)
นกน้อย (2507)
ชาติเจ้าพระยา (2508)
5 พยัคฆ์ร้าย (2508)
มังกรดำ (2508)
จอมใจ (2508)
หมอกสวาท (2508)


แผ่นดินสวรรค์ (2508)
ทาสผยอง (2508)
เทพบุตรนักเลง (2508)
ลมหวน (2508)
สุภาพบุรุษนักเลง (2508)
ขวัญชีวิต (2508)
วังเสือ (2508)
เสือข้ามแดน (2508)
วีรบุรุษเมืองใต้ (2508)
ถิ่นผู้ดี (2508)


น้ำเพชร (2508)
ชื่นชีวัน (2508)
น้องนุช (2508)
อ้อมอกดิน (2508)
ฉัตรดาว (2508)
นกขมิ้น (2508)
น้ำผึ้งป่า (2508)
เพชรน้ำผึ้ง (2508)
ใจฟ้า (2508)
ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน (2508)


อรัญญิก (2508)
ชบาไพร (2508)
ชาติฉกรรจ์ (2508)
หยกแก้ว (2508)
พระรถ-เมรี (2508)
ลูกของแม่ (2508)
เงิน เงิน เงิน (2508)
แม่ยอดชีวิต (2509)
เสือเหลือง (2509)
ชุมทางรัก (2509)


หงส์เหิร (2509)
โสนน้อยเรือนงาม (2509)
น้อยใจยา (2509)
พระอภัยมณี (2509)
ลมหนาว (2509)
ชุมทางหาดใหญ่ (2509)
จอมประจัญบาน (2509)
เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก (2509)
สายเลือดกตัญญู (2509)
พิษพยศ (2509)


เพชรตัดเพชร (2509)
วังไพร (2509)
แสงเทียน (2509)
เสือสั่งถ้ำ (2509)
น้ำค้าง (2509)
นกแก้ว (2509)
นกยูง (2509)
จามเทวี (2509)
นางนกป่า (2509)
ปีศาจดำ (2509)


เพชรสีเลือด (2509)
เปลวสุริยา (2509)
มือนาง (2509)
นกเอี้ยง (2509)
เหยี่ยวสังหาร (2509)
เกิดเป็นหงส์ (2509)
ตัวต่อตัว (2509)
งูผี (2509)
มือปืนสิบทิศ (2509)
4 สมิง (2509)


สามเกลอเจอล่องหน (2509)
ดรุณีสีเลือด (2509)
ชาติกระทิง (2509)
แมวเหมียว (2510)
ใกล้รุ่ง (2510)
ภูพานอย่าร้องไห้ (2510)
มดแดง (2510)
7 พระกาฬ (2510)
นางนวล (2510)
5 พยัคฆ์สาว (2510)


โป๊ยเซียน (2510)
ตำหนักแดง (2510)
แสนรัก (2510)
สาวจ้าวสมิง (2510)
โนรี (2510)
ฟ้าเพียงดิน (2510)
ไฟเสน่หา (2510)
เทพบุตรปืนทอง (2510)
ปิ่นรัก (2510)
สุดแผ่นดิน (2510)


ตั๊กแตน (2510)
สายเปล (2510)
มนุษย์ทองคำ (2510)
ผึ้งหลวง (2510)
สิงห์หนุ่ม (2510)
ปูจ๋า (2510)
ทะเลเงิน (2510)
เหนือเกล้า (2510)
นางพรายตานี (2510)
9 เสือ (2510)


ใจนาง (2510)
เหนือนักเลง (2510)
แหลมหัก (2510)
จันทร์เจ้า (2510)
จุฬาตรีคูณ (2510)
เทพธิดาบ้านไร่ (2510)
แก้วกาหลง (2510)
ยอดแก่น (2511)
สิงห์ล้างสิงห์ (2511)
กบเต้น (2511)


ขวัญเรือน (2511)
จั๊กจั่น (2511)
สมิงดง (2511)
พระลอ (2511)
แสนสงสาร (2511)
สัญชาติชาย (2511)
แท็กซี่ (2511)
เฟื่องฟ้า (2511)
ระฆังผี (2511)
มรกตแดง (2511)


ยอดชีวิต (2511)
สองฟากฟ้า (2511)
สกุลกา (2511)
ชาตินักสู้ (2511)
ลูกแมว (2511)
ดอกอ้อ (2511)
เงินจ๋าเงิน (2511)
พรายพิศวาส (2511)
เพชรตะวัน (2511)
ดอกบัว (2511)


ไอ้หนึ่ง (2511)
กำพร้า (2511)
แมวไทย (2511)
แสนงอน (2511)
น้ำอ้อย (2511)
เลือดอาชาไนย (2511)
16 ปีแห่งความหลัง (2511)
ลูกชาติเสือ (2511)
ทรามวัยใจเพชร (2511)
ไก่แก้ว (2512)


เพชรแท้ (2512)
เศรษฐีข้างถนน (2512)
สมิงจ้าวท่า (2512)
ลมเหนือ (2512)
รัก-ยม (2512)
ปีศาจเสน่หา (2512)
ลูกเขย (2512)
ไอ้เปีย (2512)
ลูกปลา (2512)
จอมคน (2512)


อภินิหารอาจารย์ทอง (2512)
ยอดคนจริง (2512)
เพลงรักแม่น้ำแคว (2513)
รักนิรันดร์ (2513)
ไทยใหญ่ (2513)
ขุนทาส (2513)
ฝนใต้ (2513)
หวานใจ (2513)
ไอ้สู้ (2513)
ท่าจีน (2513)


เงินจางนางจร (2513)
มนต์รักลูกทุ่ง (2513)
เรือมนุษย์ (2513)
ไอ้เบี้ยว (2513)
สวรรค์เบี่ยง (2513)
วิญญาณดอกประดู่ (2513)
ลูกหนี้ทีเด็ด (2513)
ม้ามืด (2513)
จอมโจรมเหศวร (2513)
เจ้าแม่สไบทอง (2513)


กำแพงเงินตรา (2513)
7 สิงห์คืนถิ่น (2513)
ชุมทางนักเลง (2513)
ลำพู (2513)
รักเธอเสมอ (2513)
อัศวินดาบกายสิทธิ์ (2513)
บ้านสาวโสด (2513)
เสน่ห์ลูกทุ่ง (2513)
ฝนเหนือ (2513)
ไอ้หนุ่มบ้านนา (2514)


นักบุญทรงกลด (2514)
ดวงใจสวรรค์ (2514)
ไอ้ทุย (2514)
เสือขาว (2514)
ดาบคู่สะท้านโลกันต์ (2514)
อรุณรุ่งฟ้า (2514)
ยั่วรัก (2514)
เหนือพญายม (2514)
เขยตีนโต (2514)
คีรีบูน (2514)

 
มนต์รักป่าซาง (2514)
ทะโมนไพร (2514)
เจ้าจอม (2514)
เจ้าสาวขี้คุก (2514)
สื่อกามเทพ (2514)
วิมานสีทอง (2514)
ยมบาลเจ้าขา (2514)
ลำดวน (2514)
สุภาพบุรุษเสือใบ (2514)
อีรวง (2514)


พุดตาล (2514)
ธารรักไทรโยค (2514)
คนใจบอด (2514)
ลานพัยพญ้า (2514)
ไก่นา (2514)
แม่ศรีไพร (2514)
มนต์รักจากใจ (2514)
แม่นม (2514)
ยอดต่อยอด (2514)
ทุ่งเศรษฐี (2514)


ลูกยอด (2514)
ลมรักทะเลใต้ (2514)
พิษผยอง (2514)
รักจ๋ารัก (2514)
เชิงชายชาญ (2514)
มดตะนอย (2514)
สุดที่รัก (2514)
แก้วขนเหล็ก (2514)
เลือดแม่ (2515)
หัวใจปรารถนา (2515)


เชียงตุง (2515)
กว๊านพะเยา (2515)
ระเริงชล (2515)
มนต์กากี (2515)
พ่อปลาไหล (2515)
กลิ่นร่ำ (2515)
น้ำผึ้งพระจันทร์ (2515)
ลานสาวกอด (2515)
วิวาห์ลูกทุ่ง (2515)
จันทร์แรม (2515)


มนต์รักดอกคำใต้ (2515)
หัวใจป่า (2515)
สุดสายป่าน (2515)
แสนทนง (2515)
หาดทรายแก้ว (2515)
กล้าสิบทิศ (2515)
คุ้มนางฟ้า (2515)
ไอ้แดง (2516)
กุหลาบไฟ (2516)
สายฝน (2516)

ไม้ป่า (2516)
พยัคฆ์พันลาย (2516)
เตะฝุ่น (2516)
ดอนโขมด (2516)
เจ้าปลิวสิงห์สุพรรณ (2516)
หัวใจหิน (2516)
อีสาน (2517)
แว่วเสียงลมรัก (2517)
กังหันสวาท (2517)
แผ่นดินแม่ (2518)


ชะตาชีวิต (2519)
ลูกเจ้าพระยา (2520)
**ไอ้ขุนทอง (2521 - ภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย)
 
 


 
 

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 3:03 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 5

"บันทึกรัก ของ พิมพ์ฉวี" (2505)  ภาพยนตร์เรื่องแรก  //  นำแสดงโดย มิตร ชัยบัญชา , เพชรา เชาวราษฎร์  //  กำกับภาพยนตร์โดย ศิริ ศิริจินดา

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 5:02 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 6

**ป้าอี๊ด เพชรา เชาวราษฎร์ ได้รับฉายาว่า "นางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง" มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เท่าที่รวบรวมได้แบบไม่เป็นทางการก็เกือบ 300 เรื่อง (บางแหล่งข้อมูล บางเรื่องก็ตกหล่นหายไป)  อย่างที่ทราบๆกันว่าสมัยก่อนบ้านเราไม่มีมาตราฐานในการเก็บรักษาฟิล์มภาพยนตร์  จะล้างฟิล์มที  ก็ต้องเดินทางไปล้างที่ต่างประเทศ  หนังไทยในสมัยก่อนหลายร้อยเรื่องจึงตกหล่นหายไป  ถูกเผาทำลายทิ้งไปก็เยอะ   ข้อมูลภาพยนตร์ไทยแต่ละเรื่อง  จึงไม่ค่อยจะแน่นอน  ได้แค่ใกล้เคียง (มากที่สุด) เท่านั้น

**ป้าอี๊ด เพชรา เชาวราษฎร์  มีชื่อจริงว่า.. เอก เชาวราษฎร์  เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2486  เกิดที่จังหวัด ระยอง  มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน  ป้าอี๊ดเป็นคนที่ 4  เข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯเมื่ออายุได้ 15 ปี  โดยไปพักอาศัยอยู่กับพี่สาว และ พี่เขย  และได้เข้าทำงานที่ร้านเสริมสวยของน้องสาวพี่เขย  จนได้รับการชักชวนให้เข้าประกวด "ธิดาเมษาฮาวาย" ประจำปี พ.ศ. 2504 (ซึ่งจัดโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล) 

ป้าอี๊ด เพชรา เชาวราษฎร์ ใช้ชื่อในการประกวดครั้งนั้นว่า.. ปัทมา เชาวราษฎร์   และ การประกวดครั้งนี้ได้ตำแหน่งชนะเลิศ

เธอได้รับการชักชวนจาก ศิริ ศิริจินดา และ ดอกดิน กัญญามาลย์  ให้แสดงภาพยนตร์เรื่อง "บันทึกรักพิมพ์ฉวี"  เมื่อ พ.ศ. 2505  เป็นเรื่องแรก ขณะอายุ ได้ 19 ปี  โดยแสดงคู่กับ มิตร ชัยบัญชา โดยดอกดิน กัญญามาลย์ เป็นผู้ตั้งชื่อว่า "เพชรา" ให้

เพชรา เชาวราษฎร์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวจากภาพยนตร์เรื่องที่สอง เรื่อง ดอกแก้ว ตามด้วย หนึ่งในทรวง , อ้อมอกสวรรค์  และได้แสดงคู่กับ มิตร ชัยบัญชา รับบทคู่รักในภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง   เป็นที่ชื่นชอบของแฟนภาพยนตร์ เรียกว่า คู่ขวัญ มิตร-เพชรา\"\" 

**หลังจากมิตร ชัยบัญชาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในการถ่ายภาพยนตร์เรื่อง "อินทรีทอง" เพชราก็ยังรับบทนางเอกภาพยนตร์ต่อเนื่องมาอีกหลายปี คู่กับ สมบัติ เมทะนี ,  ไชยา สุริยัน ,  ลือชัย นฤนาท , และ พระเอกใหม่ ครรชิต ขวัญประชา  ,  นาท ภูวนัย ,  ยอดชาย เมฆสุวรรณ  และ กรุง ศรีวิไล

-----

ข้อมูลจาก..วิกิพีเดีย

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%B2_%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B9%8C

 -----

ใบปิดเรื่อง "ฝนหเนือ" (2513)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังเรื่อง "ฝนเหนือ" ได้ที่วิกิพีเดีย http://74.125.153.132/search?q=cache:H08jCI9QbB0J:th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD+%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD&cd=14&hl=th&ct=clnk&gl=th

 

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 5:17 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 7

เพชรา เชาวราษฎร์ กับ 30 ปี ที่แฟนๆ คิดถึง
 



 

          กลายเป็นเรื่องฮือฮาในวงการบันเทิง เมื่อล่าสุดอดีตนางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ตลอดกาล เจ้าของฉายา ''นัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง'' อย่าง ''แม่อี๊ด'' เพชรา เชาวราษฎร์ ได้ตัดสินใจรับงานถ่ายโฆษณาให้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อดัง มิสทีน ซึ่งนับเป็นการกลับมารับงานพรีเซนเตอร์ แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน และกลายเป็นข่าวใหญ่ หลังจากที่เธอไม่เคยปรากฏตัวให้แฟนๆ ได้เห็นเลยตลอด 30 ปี ที่ผ่านมา แน่นอนว่า โฆษณาชิ้นนี้ได้กลายเป็นงานโฆษณาที่ดังที่สุดตั้งแต่ยังไม่ได้ออนแอร์ ที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอย ล่าสุดก็ได้มีการยิง ที-เซอร์ ออกมาชิมลางแล้วด้วย

 

เพชรา เชาวราษฎร์ (เกิด 19 มกราคม พ.ศ. 2485) ชื่อเล่น อี๊ด ชื่อจริงว่า เอก ชาวราษฎร์ เกิดที่ ต.น้ำดอก อ.เมือง จังหวัดระยอง คุณพ่อมีเชื้อสายจีน และแม่เป็นคนไทย มีก๋งที่เดินทางมาจากเมืองจีน ครอบครัวเธอเป็นครอบครัวที่ทำมาค้าขายและทำสวนไร่ เธอเป็นลูกคนที่สี่ ในจำนวนเจ็ดคน พี่ๆ ต้องไปทำงาน ส่วนเธอต้องดูแลน้องๆ ภายในบ้าน

 

ในปี 2504 ขณะที่เธอมีอายุได้ 19 ปี และอาศัยอยู่กับพี่สาว ที่ปากตรอกขี้เถ้า ย่านมหานาค เธอถูกชักชวนให้ประกวดเทพธิดาเมษาฮาวาย ในปี 2504 ของกองสลากกินแบ่งรัฐบาล เธอคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่สนใจ ขณะเดียวกัน ผู้สร้างภาพยนตร์ ศิริ ศิริจินดา และ ดอกดิน กัญญามาลย์ เห็นเข้า จากการที่ จุรี โอศิริ ได้นำภาพเธอมาให้ดู จนทำให้อยากเจอตัวจริงและติดต่อเข้าพบผ่านพี่สาว และต้องรอเป็นเวลาหลายวันกว่าจะตัดสินใจ ก่อนที่พี่สาว เพชรา จะตอบตกลง และ คุณดอกดิน ได้เปลี่ยนชื่อจาก ปัทมา ชาวราษฎร์ มาเป็น เพชรา เชาวราษฎร์ โดยอ้างว่า พระตั้งให้

 

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ เพชรา แสดงคือเรื่อง บันทึกรัก ของพิมพ์ฉวี ออกฉายเมื่อปี 2505 ปีเดียวกันนั้นก็มีภาพยนตร์เรื่อง ดอกแก้ว เรื่องนี้ทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังเป็นอย่างมาก โดย บันทึกรัก ของพิมพ์ฉวี ที่เล่นคู่กับพระเอกที่โด่งดังในขณะนั้นคือ มิตร ชัยบัญชา ซึ่งต่อมาทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่ขวัญที่โด่งดังมากที่สุด ในช่วงระหว่างปี 2505-2513

 

ในปี 2507 ภาพยนตร์เรื่อง นกน้อย ที่ เพชรา พลิกบทบาท จากที่เคยเล่นแต่บทหญิงสาวที่อ่อนแออาภัพ มาเป็นบทแก่นแก้วแบบทอมบอย แม้บทจะอาภัพแต่ก็แข็งแกร่ง ปี 2508 เพชรา ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองตัวแรก (รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี) จากเรื่องนกน้อย โดยได้รับพระราชทานรางวัลจากฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

ปี 2508 ภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน ได้ตอกย้ำของการเป็นคู่ขวัญ ทำให้ชื่อเสียงของทั้งคู่โด่งดังมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้ทำเงินอย่างมหาศาล รวมทั้ง เพชรา และ มิตร ก็ยังได้รับรางวัล คู่ขวัญดาราทอง ของปีเดียวกัน ในช่วงปี 2513 หลัง มิตร ชัยบัญชา ได้เสียชีวิตลง จากอุบัติเหตุตกเครื่องบิน จากภาพยนตร์เรื่อง อินทรีทอง เพชรา ยังคงแสดงเรื่อยมา โดยได้พระเอกอีกคนที่ระยะหลังเล่นด้วยกันมากขึ้น คือ สมบัติ เมทะนี และหลังที่ มิตร เสียชีวิต ก็ได้มีความพยายามปลุกปั้นพระเอกหน้าใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อทดแทน เช่น ครรชิต ขวัญประชา, กรุง ศรีวิไล, นาท ภูวนัย, ยอดชาย เมฆสุวรรณ ฯลฯ ซึ่งเป็นพระเอกรุ่นน้องที่ เพชรา ประกบมาแล้วทั้งสิ้น 
 
ปี 2516 เพชรา เริ่มมีปัญหาทางสายตา และต้องเข้ารับการรักษาอยู่ตลอดเวลา แต่ขาดการต่อเนื่อง ในปี 2521 เพชรา ได้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก จากเรื่อง ไอ้ขุนทอง นำแสดงโดย สรพงศ์ ชาตรี และ ปิยะมาศ โมยะกุล หลังจากนั้น เพชรา ก็หันหลังให้วงการอย่างถาวร เพื่อรักษาดวงตาคู่งามอย่างเต็มที่ แต่ก็ยากที่จะเยียวยา  ดวงตาของ เพชรา ได้ปิดสนิทลง ในกลางปี 2524 หลังจากนั้น เพชรา ก็ไม่ปรากฏตัวที่ไหนอีกเลย โดยมีผู้ที่คอยให้กำลังใจเสมอมาและเป็นผู้ชายที่ เพชรา รักมากที่สุด นั่นก็คือ ชนินทร์ นันทนาคร คู่ชีวิตของเธอ

 

ความจริงแล้ว เพชรา เคยมีคู่หมั้นมาแล้ว เป็นลูกเศรษฐีเจ้าของอู่ต่อเรือประมง ที่ตื๊อทาบทามสู่ขอกับพ่อและแม่ เพชรา ก่อนที่ผู้ใหญ่จะตัดสินใจรับหมั้นแบบเสียไม่ได้ แต่ด้วยความที่ เพชรา ยังเด็กมาก อายุยังไม่เต็ม 15 จึงพยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอดเกือบสองปี งานวิวาห์จึงเกิดขึ้น สุดท้าย เพชรา ได้หนีไปในวันเข้าพิธีแต่งงาน

 

ความหวานของ ชนินทร์-เพชรา ไม่เคยเสื่อมคลายลงเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา พิสูจน์ได้จากทุกครั้งที่ ''พ่อฉึ่ง'' ชรินทร์ นันทนาคร ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มักจะพูดถึงความรักที่มีให้กับคู่ชีวิตคนนี้เสมอมา รวมทั้งบางครั้งยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการโทรศัพท์คุยกันแบบสดๆ ให้แฟนเพลงได้ร่วมซาบซึ้งกันกลางเวทีอยู่บ่อยๆ และที่สำคัญหนึ่งในเพลงที่ ชรินทร์ ไม่เคยพลาดที่จะนำขึ้นมาขับร้องเกือบทุกเวที นั่นก็คือเพลง หยาดเพชร ที่ถือเป็นเพลงรัก เพลงโปรด ที่ เพชรา ชื่นชอบเป็นอย่างมากนั่นเอง และนั่นก็คือที่มาของเพลงประกอบโฆษณา มิสทีน ชิ้นประวัติศาสตร์นี้ ที่จะเล่าต่อในลำดับถัดไป

 

สิ่งหนึ่งที่ชนะใจคนดู คือ เพชรา มีดวงตาที่สวยราวหยาดน้ำผึ้งที่เป็นประกายสวยงาม จนถูกนักหนังสือพิมพ์อาวุโส เจน จำรัสศิลป์ ตั้งฉายาให้ว่า ''เพชราดารานัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง'' และกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอตลอดมา รวมถึงการมีรูปร่างที่สมส่วน มีดวงหน้าที่หวาน แตกต่างจากนางเอกคนอื่นๆ และกลายเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาตลอดว่า นางเอกที่สวยที่สุดในยุคนั้น ต้องเป็น เพชรา เชาวราษฎร์ เท่านั้น แม้แต่ในปัจจุบันก็หาใครมาเทียบเคียงได้ยาก ในยุคๆ หนึ่ง ผู้คนหลงใหลในความสวยของ เพชรา ต้องดูแต่หนังที่เธอเล่น และต้องคู่กับ มิตร ชัยบัญชา

 

เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งคือ เพชรา มีคิ้วที่เข้มดกดำมาก เพชรา จะไว้คิ้วที่เข้มดกดำ และไว้ผมสั้น ทำให้ดูเหมาะสมกับใบหน้าที่หวานของเธอ แต่ก็มีการต่อผม เพื่อทำผมเกล้าบ้าง ซึ่งก็ดูสวยอีกแบบ ประชาชนชื่นชอบการแต่งหน้าในยุคแรกๆ อย่างในภาพยนตร์เรื่องแรก บันทึกรัก ของพิมพ์ฉวี หลังจาก เพชรา เคยให้ช่างแต่งหน้าให้ แต่ไม่เป็นที่ถูกใจเธอนัก ซึ่งตอนไม่แต่งหน้าจะดูสวยกว่า และเป็นการสวยโดยธรรมชาติของเธอเอง ตอนหลัง เพชรา เรียนรู้การแต่งหน้าเอง สมัยนั้นดาราส่วนใหญ่จะแต่งหน้าเอง การแต่งตัว การแต่งหน้า ทำผม และการใช้เครื่องประดับในการแต่งกาย ก็เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ทุกวันนี้ยังเป็นที่จดจำในหัวใจของประชาชนเสมอ ดาราคนอื่นๆ แต่งได้ไม่สวยเท่าเธอ เพราะ เพชรา จะมีความหวานในดวงหน้าผสมกับดวงตาที่หวาน ที่สะกดใจคนดูได้อย่างดี และดูเหมาะกับเธอมากในยุคนั้น

 

ตลอดเวลาในวงการบันเทิง เพชรา มีผลงานมากกว่า 300 เรื่อง ในช่วง 10 ปีเศษ เจ้าของฉายา ''นัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง'' ที่เป็นขวัญใจมหาชน สมกับตำแหน่งราชินีจอเงิน หรือ ราชินีหนังไทย ตัวจริง

 

โฆษณาชิ้นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีมือประสานชั้นเซียนอย่าง ''เอ'' ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดาราคนดัง ที่มีความสนิทสนมกับผู้บริหาร มิสทีน มาอย่างยาวนาน รวมทั้งยังได้ทาบทาม ''แม่อี๊ด'' เพชรา เชาวราษฎร์ มาเป็นเวลานานแล้วด้วยเช่นกัน โดยมี เฮเลน มือขวาคนสนิท เป็นคนออกหน้าคอยประสานงาน ที่แม้ว่าค่าเหนื่อยของเจ้าของฉายา ''นัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง'' จะไม่มีการเปิดเผย แต่ก็คาดว่า น่าจะอยู่ที่ 7 หลัก ซึ่งคงไม่ประเด็นสำคัญ หากคงอยู่ที่ความสามารถในการเชื้อเชิญ เพชรา ให้ยอมมาเล่นโฆษณาชิ้นนี้ได้สำเร็จ ซึ่งอาจจะถือได้ว่า เป็นการทำงานในวงการบันเทิงครั้งสุดท้ายของ เพชรา ก็ว่าได้

 

-----

รูป และ บทความจาก..สยามดารา (siamdara.com)

http://www.siamdara.com/music/090919_0993.html

 

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 5:33 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 8

"สายฝน" (2516)  //  นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี , เพชรา เชาวราษฎร์ และ สุทิศา พัฒนุช  //  กำกับภาพยนตร์ โดย ดอกดิน กัญญามาลย์

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 5:35 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 9

ภาพจากหนังเรื่อง "สายฝน" (2516)

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

26.09.2009 / 5:55 pm
124.120.0.121
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 10

ภาพจากหนังเรื่อง "สายฝน" (2516)

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:21 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 11

"น้ำผึ้งพระจันทร์" (2515)

นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี , เพชรา เชาวราษฎร์ ,  ประจวบ ฤกษ์ยามดี , สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ , นงลักษณ์ โรจนพรรณ , อดุลย์ ดุลยรัตน์  

กำกับภาพยนตร์โดย  ชรินทร์ นันทนาคร

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:29 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 12

รูปนี้ "ป้าอี๊ด" สวยมาก  ที่มาจากลิ้งค์นี้ครับhttp://www.charinshow.com/Board-Detail.asp?ID=00900

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:40 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 13

โพสท์ข่าว.วันที่ 30/09/09  เวลา 09:58.39 น.

เพชรา ในความทรงจำ (ตอนที่ 1)

 
 

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น






คู่กับมิตร ชัยบัญชา (เสียชีวิต 8 ตค. 13 )

คู่กับสมบัติ เมทะนี

คู่กับไชยา สุริยัน ( เสียชีวิต 26 ตค. 33)

คู่กับนาท ภูวนัย

คู่กับครรชิต ขวัญ ประชา

เต่า อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา

กับชรินทร์ นันทนาคร คู่ชีวิต

"มิสทิน มาแล้วค่ะ"
        ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ภาพในอดีตของ "เพชรา เชาวราษฎร์" รวมถึงความเห็นของดาราดังในยุคปัจจุบัน เช่น อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ, ชมพู่ - อารยา เอฮาร์เก็ต และเวียร์ - ศุกลวัฒน์ คณารศ ถูกนำมาปูพรมเพื่อนำไปสู่การเป็นพรีเซ็นเตอร์ของเพชรา เชาวราษฎร์ในวันที่ 30 กันยายน ที่จะถึงนี้
       
        ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยว่า การกลับมาของเพชรา เชาวราษฎร์ เพชรเม็ดงามแห่งวงการภาพยนตร์ไทยในครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไร จะสวย สมกับที่รอคอยหรือไม่!?
       
        หลายสิบปีมานี้ แฟนภาพยนตร์ไทย ได้ยินแต่เสียงของเธอ ... เนื่องจากเธอไม่ได้ปรากฏตัวทางสื่อมวลชนมานานกว่า 30 ปีเต็ม
       
        ปี 2552 เพชรา เชาวราษฎร์ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีในรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" โดยเข้าไปคุยในบ้านพักที่ซอยแพทย์ปัญญา รามคำแหง พร้อมพูดเปิดใจและบอกสาเหตุที่เก็บตัวเงียบ และไม่ยอมออกรายการโทรทัศน์ และไม่ยอมเปิดเผยหน้าตา
       
        ตุลาคม 2552 บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ "มิสทิน" จัดทำแคมเปญการตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งใหญ่ โดยนำเพชรา เชาวราษฎร์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเครื่องสำอาง โดยเห็นชอบร่วมกันที่จะนำรายได้ให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
       
        โฆษณาชิ้นนี้จะปรากฏครั้งแรกแก่สาธารณชน ณ วันที่ 30 กันยายน ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางช่อง 3 เป็นรายการแรก นอกจากนี้ เพชรา เชาวราฎร์ยังได้ถ่ายแฟชั่นที่ โรงแรมโอเรียนเต็ล เพื่อขึ้นปกนิตยสาร LIPS กับเครื่องเพชร 700 ล้านของแฟรงค์ จิวเวลรี พิเศษเล่มนี้มี 4 ปกในผู้อ่านได้เลือกซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกวางแผงในวันที่ 7 ตุลาคมนี้
        ...
       เพชรา ตำนาน "ราชินีจอเงิน"
        อี๊ด เพชรา ชื่อเดิมว่า เอก เชาวราษฎร์ ปัจจุบัน อายุ 67 ปี เป็นชาวระยอง เธอเรียกพ่อว่า "เตี่ย" เนื่องจากเป็นคนจีน ส่วนแม่เป็นคนไทย ปี 2504 เพชรา เชาวราษฎร์คว้าตำแหน่งชนะเลิศ "เทพธิดาเมษาฮาวาย" ซึ่งจัดโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี ผู้ส่งเธอเข้าประกวดเป็น น้องสาวของพี่เขย และใช้ชื่อในการประกวดว่า "ปัทมา เชาวราษฎร์" จากนั้น ศิริ ศิริจินดาและดอกดิน กัญญามาลย์ทาบทามมาแสดงหนังเรื่องแรกคือ "บันทึกรักพิมพ์ฉวี" (พ.ศ. 2505) คู่กับมิตร ชัยบัญชา ขณะนั้น มิตรมีชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์อยู่ก่อนแล้ว โดยดอกดินเป็นคนตั้งชื่อ "เพชรา" ให้กับเธอเพื่อใช้ในวงการภาพยนตร์
       
        ภาพยนตร์ของเพชราเริ่มต้น เมื่อ พ.ศ. 2505 – 2521
       ยุคทองของเธออยู่ระหว่าง พ.ศ. 2506 - 2513 (มิตร ชัยบัญชาเสียชีวิตเมื่อ 8 ตุลาคม 2513) หลังจากนั้นเพชราได้ร่วมแสดงกับพระเอกคนอื่นๆ อีกหลายคน เช่น สมบัติ เมทะนี, ไชยา สุริยัน, ลือชัย นฤนาท, นาท ภูวนัย, กรุง ศรีวิไล, ครรชิต ขวัญประชา, ยอดชาย เมฆสุวรรณ เป็นต้น จนเมื่อปี 2521 ภาพยนตร์เรื่องสุดท้าย เธอรับบทเป็นแม่ของสรพงศ์ ชาตรีในภาพยนตร์เรื่อง "ไอ้ขุนทอง" และเมื่อใดที่เรากล่าวถึงอมตะหนังไทยและดาราคู่ขวัญ มิตร – เพชรา คือ พระ – นางคู่แรกที่ฉายชัดขึ้นมาทันที
       
        นิตยสาร "ภาพยนตร์และโทรทัศน์" ฉบับแรก ขึ้นปก เพชรา เชาวราษฎร์เป็นคนแรก ถ่ายภาพ เพชรา ในบทของ "สาวปาดตาล" โดย ไพรัช กสิวัฒน์
       
        เพชรา เชาวราษฎร์มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ซึ่งเป็นช่วงปลายของการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "ไทยใหญ่" ปัญหาเรื่องสายตา เริ่มจากอาการแสบตา เนื่องจากเธอต้องอยู่กับไฟที่สว่างจ้าในโรงถ่าย การทำงานของเพชรา เชาวราษฎร์แทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน และไม่ได้พบแพทย์เป็นประจำสม่ำเสมอ เนื่องจากงานถ่ายทำภาพยนตร์รัดตัวทั้งวัน ทั้งคืน
       
        เพชรา เชาวราษฏร์ เป็นเจ้าของผลงานแสดงภาพยนตร์ราว 300 เรื่อง และครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ เล่นคู่กับมิตร ชัยบัญชา
       
        ปี 2508 รางวัลพระสรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) จากภาพยนตร์เรื่อง นกน้อย ปี พ.ศ. 2508
       
        ปี 2508 รางวัลคู่ขวัญดาราทองจากภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน
       
        ปี 2544 รางวัลสรรพศาสตร์ศุภกิจ
        ...
       จากทาสเทวี – หยาดเพชร
        ในโลกภาพยนตร์ เพชรา เชาวราษฎร์ กับมิตร ชัยบัญชา คือดาราคู่ขวัญ แต่ในชีวิตจริง ชรินทร์ นันทนาคร ยืนอยู่เคียงข้างกับเพชรา แม้ในวันที่โลกมืดถึงที่สุด
       
        "เปรียบเธอเพชรงามน้ำหนึ่ง
        หวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า
        หยาดเพชรเกล็ดแก้วแววฟ้า
        ร่วงมาจากฟ้าหรือไร
        ฯลฯ
        เอื้อมมือคว้าหยาดเพชรแก้ว
        เผลอรักแล้วจึงฝันใฝ่
        หยาดเพชรหยาดละอองผ่องใส
        แม้อยู่ในความมืดมน
        (เพลง หยาดเพชร คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร ทำนอง สมาน กาญจนผลิน)
       
        ในหนังสือ "คอนเสิร์ตเชิดชูครูเพลง – ครั้งที่ 2 ชาลี อินทรวิจิตร" เล่าให้ฟังว่า...
        "ผมแต่งเพลงนี้ให้ชรินทร์ขับร้อง เพราะรู้ว่าตั้งแต่เขาเลิกกับภรรยาคนเก่ามา เขากำลังชอบเพชราอยู่ เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "เงิน เงิน เงิน" ผมบอกเขาว่าร้องให้ดีนะ ร้องแล้วคงรู้ว่าผมหมายถึงใคร เป็นเพลงเอกของภาพยนตร์ดังกล่าว ที่สุดชรินทร์ก็สมหวังในชีวิตรัก"
       
        ถ้าจะว่าไปแล้ว เพลงนี้ไม่ได้ไพเราะแค่คำและความหมายเท่านั้น หากแต่ยังเป็น "ชีวิต" จริงของเธอในวันนี้ ดังประโยคสุดท้าย – แม้อยู่ในความมืดมน...

 

 

อีกหนึ่งบทความที่น่าสนใจ  

ที่มาจากเว็ปนี้ครับ..http://www.girlzeed.com/news/news_view.php?id=8412

((กรุณาอ่านต่อ))

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:45 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 14

 

 

สมัยที่อี๊ด - เพชรา อายุเพียง 15 ปี เคยถูกทางบ้านจับหมั้นหมายกับชายคนหนึ่ง เธอตัดสินใจหนีก่อนวันวิวาห์เพียง 20 วันทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมงานทุกอย่างไว้แล้ว เนื่องจากสัญญาหมั้นหมายในครั้งนั้นทำให้พ่อแม่ของเธอต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก นี่เป็นเหตุการณ์ก่อนที่จะลงประกวดเทพธิดาเมษาฮาวาย
       
        ชรินทร์มาพบรักครั้งใหม่กับเพชรา เชาวราษฎร์เมื่อเลิกกับ สปัน เธียรประสิทธิ์แล้ว!!
       
        สปัน เธียรประสิทธิ์ ผู้นี้คือยายแท้ๆ ของแหวน - ปวริศา เพ็ญชาติ และ หวาย - ปัญญาริสา เธียรประสิทธิ์ นักร้องในสังกัดค่ายกามิกาเซ่ ทั้งนี้เพราะแม่ของแหวนและหวายคือพยานรักของชรินทร์ นันทนาครกับสปัน เธียรประสิทธิ์
       
        ฉึ่ง - ชรินทร์ มีนามเดิมว่า มัย วัฒนธานินทร์ เปลี่ยนชื่อ- นามสกุลเพื่อใช้ในวงการครั้งแรกว่า ชรินทร์ งามเมือง ต่อมาได้รับพระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็น "นันทนาคร" ในปี 2503
       
        เพลง "ทาสเทวี" ครูสง่า อารัมภีร์เขียนขึ้นจากตำนานรักของชรินทร์ นันทนาคร หรือ "ขุนแผน ลูกแม่ระมิงค์" (ฉายานี้ แปะ สุรชัย ดิลกวิลาศ เป็นคนตั้ง) กับ สปัน เธียรประสิทธิ์
       
        รักครั้งแรก เริ่มต้นเมื่อชรินทร์ งามเมือง ทำงานอยู่ในแผนกบัญชีของบริษัทกมลสุโกศล ก่อนที่จะย้ายไปเป็นหัวหน้าฝ่ายแผ่นเสียง วันหนึ่งสปัน เธียรประสิทธิ์เข้ามาเป็นลูกค้าใหม่ จากวันนั้นทั้งคู่ได้คบค้ากัน จนกระทั่ง...ทั้งคู่ตัดสินใจแหวกประเพณี "วิวาห์เหาะ" ไปด้วยกัน
       
        เมื่อบุพการีรื้อค้นห้องส่วนตัวของลูกสาว พบจดหมายรักของชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ชรินทร์ งามเมืองที่สปัน เธียรประสิทธิ์ วางไว้อย่างพิเศษอยู่ในกล่องที่อบด้วยกลิ่นหอม ไม่เฉพาะแต่สปันเท่านั้นที่หายไปจากครอบครัว ชรินทร์ งามเมืองก็หายไปจากห้างกมลสุโกศลด้วย
       
        บิดาของสปัน เธียรประสิทธิ์ตั้งสินบนนำจับ 5 แสนบาท !!
       
        ตำรวจพบตัวทั้งคู่ที่โรงแรมเอเชีย พิษณุโลก ชรินทร์โดนตั้งข้อหาว่าลักพาตัวสาวและมีปืนเถื่อนไว้ในครอบครอง!? เครื่องประดับที่สปันนำติดตัวมามีมูลค่าถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทยังอยู่ครบ เหตุที่สปันและชรินทร์ต้องรีบตัดสินใจเพราะสปันกำลังจะถูกจับเข้าพิธีหมั้นกับสมพล ไกรฤกษ์ หนุ่มนักเรียนนอกที่คบหาดูใจกันตั้งแต่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เธอให้การต่อตำรวจว่า ติดตามชรินทร์มาด้วยความสมัครใจ !! เพราะบรรลุนิติภาวะแล้ว
       
        ชรินทร์ และสปัน มีพยานรักด้วยกัน 2 คน และมิช้านาน สปัน เธียรประสิทธิ์ก็ขอเป็นฝ่ายเลิกกับชรินทร์ นันทนาคร โดยนำบุตรสาวไปเลี้ยงดูด้วยตนเอง
       
        ชรินทร์ นันทนาครร่วมงานครั้งแรกกับเพชราในภาพยนตร์เรื่อง "แพนน้อย" ทั้งคู่มีโอกาสพบกันที่บ้านดอกดิน กัญญามาลย์บ่อยครั้ง ต่อมาเมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการเริ่มสร้างภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน (เข้าฉายในวันที่ 28 ธันวาคม 2508 ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2509 ) เพลงหยาดเพชรถูกหยอดจีบเข้ามาในหนังเรื่องนี้
       
        เพชรา เชาวราษฎร์เคยให้สัมภาษณ์ว่า...
       
        "ตอนที่เจอเขาครั้งแรก ดิฉันรู้สึกเห็นใจเขานะคะ เพราะตอนนั้นเขามีปัญหาชีวิต แต่เราไม่ได้เกี่ยวข้องกัน จนตอนหลังเขามาเป็นดารา เป็นผู้กำกับหนัง ดิฉันจึงได้มีโอกาสร่วมงานกับเขา ทุกวันนี้เรายังติดนิสัยที่ต้องรอคอยกันอยู่ เพราะสมัยรักชอบกันจะไปไหนด้วยกันแบบเปิดเผยไม่ได้ จนกระทั่งดิฉันได้แสดงหนังเรื่อง แผ่นดินแม่ ปี พ.ศ. 2518 จึงตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เราสองคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคมาไม่น้อย เพราะเราเป็นดาราที่อยู่ในสายตาประชาชนตลอด"
       
        ทั้งคู่แต่งงานกันเงียบๆ เลี้ยงเพื่อนร่วมวงการเพียงไม่กี่คน
       
        ชรินทร์ นันทนาครยังเป็นผู้สร้างหนังมาตั้งแต่ปี 2508 หนังเรื่องแรกคือ เทพบุตรนักเลง และชีวิตหลังแต่งงานก็ไม่เคยห่างหายจากวงการภาพยนตร์ จนถึงปี 2521 ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายที่เพชรา เชาวราษฎร์แสดงคือ ไอ้ขุนทอง เธอเป็นทั้งอำนวยการสร้างและแสดงเป็นแม่ของพระเอก รับบทโดยสรพงษ์ ชาตรี "นันทนาครภาพยนตร์" มีภาพยนตร์ทั้งสิ้น 19 เรื่อง เรื่องเด่นอื่นๆ เช่น ลมหนาว, แมวไทย, สวรรค์วันเพ็ญ, รักเธอเสมอ, น้ำผึ้งพระจันทร์, แผ่นดินแม่, ลูกเจ้าพระยา เป็นต้น
        ...
       "เต่า อรสา" กล่าวยกย่อง "เพชราคนดี กล้าหาญ"
        เพชรา เชาวราษฎร์สนิทสนมคุ้นเคยกับนักแสดงในรุ่นเดียวกันหลายคน เช่น อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา, เมตตา รุ่งรัตน์, บุศรา นฤมิตร, อุษา อัจฉรานิมิต, อภิญญา วีระขจร, โขมพัสตร์ อรรถยา, วาสนา ชลากร, มานี มณีวรรณ (เสียชีวิตแล้ว)
        คำต่อคำกับ อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตนักเรียนนาฏศิลป์จากญี่ปุ่น ฉายา "เต่าไทย" บุตรสาวของนักพากย์ชื่อดัง ม.ล.รุจิรา อิศรางกูร และ มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งคร่ำหวอดในวงการภาพยนตร์และเพลงยาวนานกว่า 40 ปี เป็นหนึ่งในนักร้อง "คณะสามศักดิ์" ซึ่งประกอบไปด้วย สักกรินทร์ ปุญญฤทธิ์ มีศักดิ์ นาครัตน์ ทนงศักดิ์ ภักดีเทวา อรสาเคยมีผลงานพิธีกรทางโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงคือรายการ "รวมดาวสาวสยาม" ทางช่อง 5 อีกทั้งยังร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เธอแสดงมากมายหลายอัลบั้ม ปัจจุบันยังทำงานอยู่ในแวดวงบันเทิง
       
        เต่า อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา เข้าสู่วงการภาพยนตร์ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยเล่นหนังของพ่อคือ ม.ล.รุจิรา จากวัยเด็ก เริ่มมารับบทนางเอกในวัย 16 ปี และมีโอกาสได้เล่นหนังเรื่องแรกที่เพชรานำแสดงคือ บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (ศิริ ศิริจินดา กำกับการแสดง ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2505 ที่ศาลาเฉลิมกรุง) เธอบอกว่า เมื่อมิตร – เพชรา เป็นพระเอกนางเอกคู่ขวัญ เธอกับดอกดินที่เธอเรียกติดปาก เหมือนคนอื่นๆว่า “น้าดิน” ก็พาเธอมาเล่นคู่กัน ดอกดิน ตัวดำๆ กับอรสา ตัวขาวๆ ...
       
        วันนี้เธอย้อนความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อนรักร่วมวงการ เพชรา เชาวราษฎร์ให้ฟังว่า...
        "ตอนที่เล่นด้วยกันจะเป็นเพื่อนเป็นนักแสดงที่น่ารักมาก เขาเป็นคนดีทั้งคู่เลยนะ ( มิตร-เพชรา) เขาเป็นคนที่ใจบุญโอบอ้อมอารี ทำบุญกุศลมาตลอด ดีหมดทุกอย่าง น่าสงสารเขานะที่เขามาตาเสีย เล่นหนังเล่นอะไรมา ได้เงินบ้าง ไม่ได้เงินบ้าง เขาก็ไม่ว่าอะไร อี๊ดเขามีลูกน้องมีครอบครัวนี่เขาช่วยเหลือหมด เรื่องการเงินการทองขาดเหลืออะไรเขาช่วยเหลือหมด มิตร ชัยบัญชา ก็เหมือนกัน คู่นี้เขามีจิตใจช่วยเหลือคนตลอด"
       
        อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นคนหนึ่งที่เพชรา เชาวราษฎร์มักจะไถ่ถามถึงสารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ
        "สนิทมากเลยๆ ตอนที่ตาเขาไม่เห็นนะ เขายังมีกะจิตกะใจ ไอ้เรามัวแต่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยได้ไปหาเขา เขาก็อุตส่าห์โทร.มานะ โทร.มาหาว่า 'เฮ้ย เป็นไงสบายดีเหรอ' เราก็ว่า 'ใครวะ' 'อี๊ดไง อี๊ด-เพชรา' ก็คุยกันถามสารทุกข์สุกดิบกัน แทนที่เราจะเป็นฝ่ายถามเนอะ เออ เขายังบอกคนอื่นนะ 'ไอ้เต่ามันไม่มีเวลา เราว่างเราก็โทร.หามัน' "
       
        "สมัยโน้นมีดาราไม่มาก เดี๋ยวนี้ดารามันเยอะแยะไปหมดจนไม่รู้ใครเป็นใครเลย สมัยก่อนดาราเขาจะรักกันเหมือนพี่เหมือนน้องเลย เวลาเล่นหนังจะรักใคร่กันไม่มีอิจฉาริษยาไม่มีอะไรเลย อย่างเมื่อก่อนมีเมตตา, อรสา อะไรอย่างนี้ พอถึงเวลาตัวเราเล่นไม่ได้ติดเรื่องนี้ เราก็นี่เอ้าเรื่องนี้ให้เหน่ง (เมตตา) เล่นสิ เมื่อก่อนนี้ศิลปินทุกคนรักใคร่กันจริงๆ นะ เหมือนพี่น้องกันจริงๆ เลย"
       
        ด้วยหน้าที่การงานจึงทำให้มีโอกาสน้อยครั้งที่จะได้มาพบเจอกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรสายสัมพันธ์ของเพื่อนก็ไม่เคยจางไป
       
        "ส่วนมากจะโทร.คุยกัน วันเกิดอี๊ดเขาวันที่ 19 มกราคม เราเกิดวันที่ 18 บางทีก็โทร.ไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์เขา เขาก็เบิร์ธเดย์เราอะไรอย่างนี้"
       
        "เวลาที่เขาคุยนะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่นะวันนี้ข้าไปโน่นมา ไปสระผม ไปทำอะไรมา คือพูดเหมือนไม่เกิดอะไรเลย คือจิตใจเขาเยี่ยมมาก แล้วเขาทำเองหมดเลยนะ เสื้อผ้าอะไรเขาจัด ถ้าวันนั้นคุณชรินทร์จะออกไปข้างนอกพอดี เขาก็ถามว่า 'ไหนวันนี้คุณแต่งสีอะไร ใส่เนกไทสีอะไร'"
       
        "เขามีความจำดี เก่งด้วย พูดก็เก่ง ที่ให้สัมภาษณ์อะไร แล้วก็รู้หมดไม่ว่าจะข่าวหรืออะไรก็รู้หมด เขาฟังทีวีนี่เขารู้หมดเลยนะ เขาจะต้อง 'เออ วันนั้นเอ็งเล่นเรื่องนั้นงั้นงี้' เขาฟังเขาจำได้หมดเลย แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งเป็นวันเกิดเราไปหาเขา เพราะเราไม่ค่อยได้ไปเลยไง เราก็ไปกับเพื่อนก็ไปหาอี๊ดกันที่บ้าน ก็ทำเป็นเซอร์ไพรส์เขา เขามองไม่เห็นใช่มั้ย พวกนั้นก็บอก 'เฮ้ยๆ อี๊ดพาใครมาหาแน่ะ' เขาก็บอก 'ใครวะ' เราก็เดินไปหาเขา แต่ก่อนแม่นี่เต่าตัดผมสั้นทรงที่เล่นหนังตลอด พอถึงเขาก็จับๆ หน้าจับๆ ผม เขาว่า 'ไอ้เต่า' เรานี่น้ำตาเช็ดเลย"
       
        ย้อนหลังกลับไปก่อนเหตุการณ์นี้ เต่า - อรสา เคยไปเยี่ยมเพชราในคราวหนึ่ง สมัยที่เพชราตัวบวม นอนอยู่ที่บ้าน พอแม่เต่าเห็นเท่านั้นแหละถึงกับกอดเพชราร่ำไห้ ไม่คิดว่าเพื่อนรักจะมีชะตากรรมดังที่เห็นนี้
       
        วันนี้เมื่อได้ทราบข่าวว่าเพื่อนรักอย่างเพชราตกลงเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อการกุศล ก็ฟันธงได้ถึงเสียงตอบรับทันที
       
        "ตอบรับดีแน่นอน เพราะเขาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อการกุศลช่วยคนตาบอด ศิลปินรุ่นหลังๆ จะได้เห็นว่ารุ่นพี่เขาทำตัวยังไง ขนาดอายุขนาดนี้แล้วยังยอมสละ เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์เพื่อการกุศลไม่ได้เป็นเพื่อจะเอาเงิน นี่ยิ่งทำให้เขาน่าสรรเสริญมากเลย เขาเป็นหญิงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ จิตใจเขาเยี่ยมจริงๆ เลย เป็นผู้หญิงที่น่าสรรเสริญ"
       
        "ธรรมดาเขาไม่ค่อยยอมเจอใครนะ เวลาไปไหนเขาจะใช้แต่เสียงเขาจะไม่ไปปรากฏตัวให้คนอื่นเห็น คือเขาก็ไม่รู้นะว่าทุกๆ อย่างเขาเหมือนเดิมหมด เพียงแต่ว่าตาเขาไม่เห็นเท่านั้นแหละ เขาบอกว่ามองแล้วมันเป็นขาวๆ เขาก็เลยไม่กล้าออกไป ทั้งที่เขาก็ยังสวยเหมือนเดิม เขาก็ยังปกติเหมือนเดิม เขากลัวว่าจะทำอะไรพลาดหลุดๆ แต่ว่าเขาไม่เลย แต่ก็อย่างว่าเขาก็ไม่อยากให้คนทั่วไปเห็นสภาพเขาอะไรอย่างนี้ ถ้าใครมาเห็นแล้วไม่รู้ว่าตาเขาไม่เห็นนะ ก็จะไม่รู้หรอก"
       
        สุดท้ายอรสาได้บรรยายความรู้สึกลึกๆ ที่อยู่ในใจในฐานะที่เป็นตัวแทนของกลุ่มเพื่อนรักของเพชราถึงสิ่งที่ผู้หญิงแกร่งนามว่า เพชรา เชาวราษฎร์ กระทำมาตลอดว่า...
       
        "พวกเราทุกคนปลาบปลื้มมาก เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับพวกเราเลย แล้วเราจะทำได้อย่างเขาไหมว่าอย่างนี้เถอะ ขนาดเขาไม่ยอมให้เห็นแต่เขายอมเป็น เพื่อการกุศลแท้ๆ เลย รุ่นๆ เรานี่ไม่มีใครเทียบเขาได้แล้วในความดีของเขา ความกล้าหาญ และอะไรทุกอย่างที่เขาทำมา เพื่อนรักชื่นชมมากๆ"
       
        (ติดตามอ่านต่อ พินิจ - เพชรา (พิการ) ในความทรงจำ (ตอนที่ 2))

 
ที่มาของเนื้อหาโดย ผู้จัดการออนไลน์

-----

ที่มา GirlZeed

http://www.girlzeed.com/news/news_view.php?id=8412

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:52 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 15

*** เสียงจากเพชรา เชาวราษฏร์ เพชรของภาพยนตร์ไทย ***

"เพชรา เชาวราษฎร์" เข้าสู่วงการภาพยนตร์หลังจากที่ชนะการประกวดธิดาเมษาฮาวาย เมื่อปีพ.ศ.2504 ศิริ ศิริจินดา แห่งบริษัทจินดาวรรณภาพยนตร์ชักชวนให้แสดงในภาพยนตร์เรื่องแรก "บันทึกรักของพิมพ์ฉวี" (2505) คู่กับ มิตร ชัยบัญชา และจากนั้น ทั้งคู่กลายเป็นดาราคู่ขวัญสัญลักษณ์ของภาพยนตร์ไทยจนกระทั่ง หยุดการแสดงในปีพ.ศ.2521

"เพชรา เชาวราษฎร์"  เป็นนักแสดงภาพยนตร์อาชีพโดยแท้จริง ไม่เคยแสดงด้านอื่นเลยมีผลงานการแสดง ภาพยนตร์ในฐานะเป็นนางเอกหรือผู้แสดงนำกว่า 300 เรื่อง ตลอดช่วงเวลาเกือบ 20 ปีในอาชีพนักแสดง ย่อมเป็นหลักฐานรองรับความจัดเจนในศิลปการแสดงภาพยนตร์ และการทุ่มเทให้กับงานอาชีพของเพชรา เชาวราษฎร์ ฝีไม้ลายมือการแสดงของเพชรา อาจไม่เท่าเทียมกับฝีไม้ลายมือของนักแสดงที่ได้รับ การศึกษาเล่าเรียนหรือฝึกฝน ตามทฤษฎีในโรงเรียนหรือสำนักการแสดงสกุลต่างๆ แต่การแสดงของเพชรา ซึ่งปรากฏ อยู่ในแผ่นฟิล์มหรือเมื่อฉายให้โลดเต้นอยู่บนจอภาพยนตร์ เป็นภาพการแสดงที่ยิ่งใหญ่ มีมนต์หรือเสน่ห์พิเศษซึ่งสามารถยึดกุมหัวใจของผู้ชม โดยเฉพาะมหาชนชาวไทยและมหาชนประเทศ เพื่อนบ้านได้อย่างหมดหัวใจ อย่างล้ำลึก และอย่างยั่งยืน อย่างที่กล่าวได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก หรืออาจไม่เกิดขึ้นได้อีก บทบาทการแสดงหรือการมีอยู่ของเพชรา เชาวราษฎร์ จึงเป็นปรากฏการณ์ที่สังคมไทยไม่อาจมองข้ามไปได้เฉยๆ

ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่หรือที่โดดเด่นของเพชราคือการแสดงที่เป็นไปตามธรรมชาติหรือตามสัญชาตญาณ ซึ่งเธอถ่ายทอดออกมาในกรอบของขนบการแสดงหรือการละเล่นพื้นบ้านตลอดจนขนบทางนาฏลักษณ์แบบไทย ผนวกซ้อนกับกรอบหรือขนบของภาพยนตร์ไทย ทำให้เกิดแบบฉบับของการแสดง โดยเฉพาะการแสดงในบทบาท นางเอกของภาพยนตร์ไทย ซึ่งเธอค่อยๆ พัฒนาขนบนี้ขึ้นมาเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพยนตร์ 16 มิลลิเมตร และรีเฟลกซ์สะท้อนดวงอาทิตย์อันแรงกล้าในเวลากลางวัน จนถึงดวงไฟฟ้านับหมื่นแรงเทียนใน ตอนดึกดื่นตลอดเวลาเกือบ 20 ปี

แม้ว่าปัจจุบันเพชราได้เลิกราชีวิต การเป็นนักแสดงภาพยนตร์แล้ว นับแต่ปีพ.ศ. 2521 ผลงานการแสดงของเธอ ยังมีชีวิตโลดเต้นต่อไปบนจอภาพยนตร์ ผลงานภาพยนตร์กว่า 300 เรื่องของเพชรา ซึ่งแม้ว่าอาจจะเหลือรอด อยู่ในปัจจุบันไม่ถึงครึ่งหนึ่ง แต่ภาพยนตร์เหล่านี้ซึ่งควร จะได้รับการอนุรักษ์ไว้ในฐานะมรดกภาพยนตร์หรือมรดก ทางศิลปวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาติ หากมีการนำออกฉายอีกเมื่อไร การแสดงของเพชราก็เสมือนกลับฟื้นคืน ชีวิตกลับมาและคงอยู่ตลอดไป

แม้ว่าในชีวิตจริงของเพชราวันนี้จะ อยู่ในโลกมืด แต่จิตใจของเธอสว่างไสว เพชราอาจไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่เธอปรากฏเสียง และ โดยเฉพาะปรากฏจิตใจที่งดงามต่อสาธารณะอยู่เนืองๆ โดยการให้สัมภาษณ์ ถ่ายทอดเรื่องราวและ แสดงทัศนะทั้งต่อเรื่องราวในอดีตและต่อชีวิต นับเป็นการแสดงออกที่มีคุณค่าจรรโลง จิตใจของมนุษย์ได้อย่างเหมาะสมและงดงาม

ทุกวันนี้ เพชราเริ่มบทบาทใหม่ด้านการเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ โดยร่วมจัดรายการวิทยุ ทุกวันศุกร์ เวลา 9.00 - 11.00 น. ทางสถานีวิทยุ 95 เมกกะเฮิร์ทซ

ชีวิตของ"เพชรา เชาวราษฎร์" เริ่มต้นที่จังหวัดระยอง เธอมีชื่อจริงว่า เอก ชาวราษฎร์ มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน ชาย 3 คน หญิง 4 คน ตัวเธอเองเป็นคนที่ 4 เริ่มเรียนหนังสือที่ โรงเรียนเกาะกลอย ออกจากโรงเรียนเมื่อจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 เข้ากรุงเทพฯ เมื่ออายุประมาณ 15 ปี อาศัยอยู่กับพี่สาวและพี่เขย ที่กรุงเทพฯ เธอเรียนกวดวิชา จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พร้อมทั้งช่วยงานที่ร้านเสริมสวยวรรณา ของน้องสาวพี่เขย...และที่ร้านเสริมสวยวรรณานี่เอง เป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าประกวด ธิดาเมษาฮาวาย …

Q : ตอนที่เข้าประกวด ธิดาเมษาฮาวาย อายุเท่าไรคะ
A : ตอนนั้นอายุประมาณ 18 - 19 ปี น้องสาวพี่เขยเป็นคนส่งเข้าประกวด ตอนที่เข้าประกวดนั้น อายมาก เพราะสมัยก่อนตอนที่อยู่กับพ่อ แม่ เขาก็ไม่ให้เราแสดงออก เวลาประกวดต้องเดินชุดกีฬา ชุดเดินเล่น เดินให้คนดูเราก็อาย เหงื่อออกจมูกเราก็ป้ายซ้าย ป้ายขวา ไม่คิดว่าจะได้ตำแหน่งเทพธิดาฮาวาย แต่แอบคิดว่า 1 ใน 5 คน เราติดแน่

Q : ใครเป็นผู้จัด การประกวดธิดาเมษาฮาวาย
A : กองสลากเป็นผู้จัด จะจัดประจำทุกปีของเดือนเมษายน ช่วงต้นๆ เดือน บางทีก็เป็นวันที่ 1 ที่ 2 ปีนั้นรู้สึกว่าจะเป็นวันที่ 4 มีคนเข้าประกวดเยอะ เวลาเดินก็ใส่ชุดฮาวาย

Q : เมื่อได้ตำแหน่งแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
A : เหนื่อยมาก หลังจากที่ได้ตำแหน่งก็ต้องไปงานเปิดต่างๆ งานแรกเป็นงานเปิด หมู่บ้านเศรษฐกิจ ของคุณไถง สุวรรณทัต ประทับใจมาก เมื่อคุณไถงจะให้เล่นหนังบทอะไรก็เล่น หลังจากนั้นมีไปงานรับกระบี่ของนายร้อย ตำรวจ บางทีก็ไปงานเลี้ยงของกรรมการ การไปงานเลี้ยงกลายเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด บางทีกลางวัน บางทีก็กลางคืน ตอนนั้นอดนอนไม่เก่ง นึกถึงตัวเองตอนนั้นแล้วจะตายให้ได้ งานเลี้ยงเป็นงานที่หนักและน่าเบื่อ แต่ก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องไป

Q : ยังจำได้ไหมคะว่า รางวัลที่ได้ เป็นอะไร
A : รางวัลที่ได้ก็มีมงกุฏ มีคทา มีถ้วยเงิน และอีกกองพะเนินเทินทึก เสร็จแล้วเราก็ไม่ได้เอามา ที่เก็บกลับมามีแอร์ในรถยนตร์ ตั๋วเครื่องบิน ของเล็กๆ นิดเดียว เพราะรถที่ไปนั้นคันเล็กนิดเดียว ถ้าเอากลับมาหมดคงต้องเอารถบรรทุกมาขน หลังงานประกวดเขามีลีลาศโต้รุ่งกัน อยู่กันตั้งตีสาม ตีสี่ คนอื่นเขาสนุกกัน แต่ตอนนั้นเราอดนอนไม่เป็น ก็นั่งหลับ มีคนมาถามว่า หนูๆ ไม่ดีใจหรือ ก็ได้แต่ตอบว่า ก็ดีใจคะ แต่มันง่วง พอจะกลับคนที่เขารับส่งอยู่ เขาก็บอกว่า ของขวัญนี้ ถ้าไม่เอาไปคืนนี้ พรุ่งนี้ก็หายหมดเลยนะ เราได้แต่บอกว่า มันจะหายก็ไม่เอาแล้ว ขอแค่กลับบ้านนอน มันง่วงมาก สมัยก่อนถ้าอดนอนถึงเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ก็ไม่ไหวแล้ว พอตีหนึ่งยืนก็เหมือนกองอยู่ตรงนั้น

Q : ตอนที่เข้าประกวด เคยคิดว่าจะมาเป็นดาราหรือเปล่า
A : ไม่ได้คิด แต่ช่วงที่เข้ามากรุงเทพฯ ไปเรียนกวดวิชา ต้องไปเรียนวันละ 2 ชั่วโมง อาทิตย์หนึ่งเรียน 4 - 5 วัน หลังจากเลิกเรียนก็หอบหนังสือไปดูหนังกับเพื่อน จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งไปดูหนังที่โรงหนังเอ็มไพร์ วันนั้นคนเขารอหน้าโรงหนังเยอะมาก เราก็ยืนรอกับเพื่อน ในระหว่างที่รอดูหนังก็ดูใบปิด โชว์การ์ด เราก็รู้สึกว่า คนที่มารอดูหนังวันนั้นเขามองเรากันเป็นตาเดียว เราก็เลยบอกกับมาลัย (อัมพาโรจน์) เพื่อนที่ไปด้วยว่า นี่เธอถ้าฉันได้เป็นนางเอกหนังเมื่อไหร่นะ ฉันจะพาเธอไปดูหนังฟรี แต่น่าเสียดายที่สอบเสร็จก็จากกัน เราไม่ได้ติดต่อกันอีก จนกระทั่งเป็นนางเอกหนังแล้ว ขับรถเป็นแล้ว ถึงได้ไปหาเขาแต่ไม่เจอกัน นึกเสียใจอยู่จนทุกวันนี้ว่าเราติดต่อเขาช้าไป

หลังจากที่ประกวดแล้วแรกๆ ก็ไม่คิดว่าจะมาเล่นหนัง คณะกรรมการจัดงานเขาเคยถามว่า จะทำงานมั้ย จะทำงานอะไร ช่วงนั้นก็ไม่ได้คิดจะทำงานอะไร เรายังรู้สึกสบายอยู่กับการที่ไม่มีภาระผูกพัน คิดว่าอย่างดีก็ได้ไปทำงานขายของหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้า ตอนนั้นมี ห้างแมวดำ ห้างใต้ฟ้า แถวเยาวราช ซึ่งสมัยก่อนมันโก้ดีเหมือนกันนะ คิดไว้แค่นั้น … แต่พอต้องไปงานเลี้ยงบ่อยก็เริ่มจ๋อย เพราะต้องอดทน แล้วเราก็ไม่เคยต้องมานั่งเป็นตุ๊กตา นั่งยิ้มซ้ายที ขวาที

Q : แล้วมาเล่นหนังได้อย่างไร
A : ครั้งแรกมีคนมาติดต่อบอกว่าทาง บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ จะสร้าง "แม่ยอดสร้อย" จะปั้นนางเอกใหม่ 3 คนพร้อมกัน เราก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่ที่มาสนใจของ คุณศิริ ศิริจินดา เพราะเราชอบละครวิทยุเรื่อง "บันทึกรักพิมพ์ฉวี" ของทางคณะกันตนาเป็นละครวิทยุที่ดังมาก พอเขามาติดต่อให้เล่นเรื่องนี้ เราก็ตอบตกลง ในใจก็คิดว่าไม่น่าจะยากเท่าไร เพราะเราไม่เคยรู้ว่าจะต้องมายืนท่ามกลางสายตาคน ต้องมาทำอย่างนี้ อย่างนั้น ต้องถูกสาดรีเฟล็กซ์ เวลาถ่าย

คุณศิริ ศิริจินดา เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเห็นเราจากการถ่ายทอดการประกวดทางทีวี ตอนที่เข้าประกวดพอเขาประกาศชื่อ นามสกุล กว่าจะเดินลงบันได เดินบทเวที กล้องทีวีเขาจะจับใกล้มาก คุณศิริ เขาบอกว่าคนนี้ น่าจะเล่นบทชีวิตได้

Q : รู้หรือเปล่าคะ ว่าต้องมาเล่นคู่กับคุณมิตร
A : รู้คะ ทางคุณศิริบอก และตอนนั้นคุณมิตรเขาก็เริ่มดังแล้ว แต่เราเคยดูหนังที่คุณมิตร เล่นเรื่องเดียวคือ "ชาติเสือ" ในความรู้สึกของเรา คุณมิตร เป็นพระเอกหน้าตาดี หุ่นดี

Q : ชื่อ เพชรา ใครเป็นคนตั้งให้คะ
A : ตอนที่มาติดต่อให้เล่นหนังเรื่อง บันทึกรักของพิมพ์ฉวี คุณศิริ ศิริจินดา มากับคุณดอกดิน กัญญามาลย์ มากัน 2 คน คุณศิริ ไม่ได้พูดหรอก น้าดินพูดอยู่คนเดียว คุณศิริ ได้แต่นั่งยิ้มเฉยๆ พอตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็กลับไป วันที่คุณศิริมารับไปถ่ายหนังไม่แน่ใจว่าวันแรก หรือวันที่สอง คุณศิริ บอกในรถว่า หนูอี๊ด เปลี่ยนชื่อแล้วนะ ปัทมา (ชื่อที่ใช้ในการประกวดธิดาเมษาฮาวาย : ผู้เขียน) มันเรียบไป ตั้งให้ใหม่แล้วนะ ชื่อ เพชรา เราก็ได้แต่ร้องว้าย! คุณศิริก็หน้าสลด … ไม่รู้แหละ…ไปหาพระ พระตั้งให้ เมื่อคุณศิริ พูดอย่างนี้ เราก็เลยเงียบ … ตอนนั้นนะชื่อ เพชรา ฟังแล้วใจมันวาบนะ …ถ้าเราไม่นึกถึงเพชร - ชรา ที่แก่นะ แต่เป็น เพชรา ที่สว่างไสว

เราก็เข้าใจว่าพระตั้งให้อยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเลิกเล่นหนังแล้ว จึงได้รู้ว่า น้าดิน ตั้งให้ เพราะช่วงหลังที่ น้าดิน เขาปั้นนางเอกใหม่ แล้วเขาก็ให้สัมภาษณ์ เราถึงได้รู้ว่าน้าดินตั้งให้

มีอยู่ครั้งหนึ่ง น้าดิน ให้พี่หนูภรรยามารับเราไปที่บ้าน พอไปถึงที่บ้าน เขาก็เอากระดาษมา แล้วก็บอกว่า หนูเอ๋ย…เวลาจะเซ็นชื่อให้มันมีหัวมีหางหน่อยซิ เพราะเขาเคยเห็นเวลาไปถ่ายหนัง มีคนขอลายเซ็น เขาก็เซ็นชื่อมันตรงๆ วันนั้นเราก็ได้แต่คิดว่า ทำไมต้องมายุ่งกับเราด้วยนะ เราก็ไม่รู้ว่าน้าดินตั้งชื่อให้

Q : ทำงานในกองถ่ายครั้งแรกรู้สึกอย่างไร
A : ถ่ายหนังวันแรก ทางกองถ่ายเขาก็เอาแผ่นรีเฟล็กซ์มาส่องสะท้อนแสงแดดวูบวาบไปหมด ให้เราใส่เสื้อ นุ่งผ้าถุง ทำท่าฟัดข้าว เราอยู่บ้านนะเคยทำที่ไหน เวลาฟัดข้าวก็เอวคดเอวอ่อน ในเรื่องพอเราเห็นพระเอก เราก็ต้องทิ้งกระด้งวิ่งไปหาเขา เราก็อายอย่างบอกไม่ถูก กว่าจะผ่านก็ต้องหลายเทค วันที่สองต้องเข้าฉากกับพระเอก ต้องซบหลังพระเอก เราอายก็อาย ร้อนก็ร้อน เหงื่อออกจนเราเพลีย …เราคิดว่าหนังเรื่องแรกก็จะเลิก ไม่ไหวแล้ว ไปขายของหน้าร้านดีกว่า อยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ

Q : อะไรทำให้เปลี่ยนใจ
A : สมัยนั้น เวลาถ่ายหนังบางครั้งเขาก็จะทำฉากในโรงถ่าย ช่วงนั้นมีโรงถ่ายศรีอยุธยา โรงถ่ายสุริยะ และในโรงถ่ายก็จะมีบริษัทหนังบริษัทนั้น บริษัทนี้ เจ้าของหนัง ผู้กำกับ ดารา เดินเข้าเดินออกในโรงถ่าย เวลาไปโรงถ่ายเรา เป็นดาราใหม่ก็จะมีพี่วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์ เป็นเหมือนพี่เลี้ยง และมีดาราอีกคนที่คุณศิริ ศิริจินดา ปั้นคู่กันคือ คุณขวัญใจ สะอาดรักษ์ไปด้วยกัน ไปในโรงถ่ายก็จะเห็นผู้กำกับ เจ้าของหนัง พระเอก นางเอก ผู้ร้ายเขานั่งกันเป็นกลุ่มๆ บางครั้งเราก็ได้ยินเขาก็พูดถึงนางเอกคนอื่นว่า นางเอกคนนี้หรือ เรื่องหนึ่งก็ไปไม่รอดแล้ว บางคนสอง สามเรื่อง ก็ไปไม่ไหว เขาพูดสบประมาทนางเอกคนอื่นให้เข้าหูเราโดยที่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจ เราก็หูผึ่งนะซิ คิดว่าถ้าเราเล่นเรื่องเดียวเลิก เขาก็ต้องว่าเราอย่างนั้นบ้าง เลยทำให้เรามีมานะ พอดีกับได้แสดงหนังเรื่อง "ดอกแก้ว" เลยทำให้เราได้เกิดอย่างเต็มตัว

ดอกแก้ว เป็นละครวิทยุดังเหมือนกัน คุณวิจารณ์ ภักดีวิจิตร ผู้สร้างก็เป็นที่เชื่อถือของคนในวงการ เวลาถ่ายหนังผู้หญิง คุณวิจารณ์ จะละเมียดละไม จัดแสงสวย พิถีพิถันในการเลือกมุมภาพ ครั้งแรกที่เล่น บันทึกรักพิมพ์ฉวี เราก็เล่นเป็นผู้หญิงบ้านนอก ไว้ผมบ๊อบ นั่งที่ไหนก็น้ำตาซึม แต่ในเรื่อง ดอกแก้ว ได้ถักผมเปีย ได้กระโดดโลดเต้น เป็นอีกแบบหนึ่งที่ทำให้เรามีชีวิตชีวา

Q : เคยดูหนังที่ตัวเองเล่นหรือเปล่าคะ
A : ส่วนใหญ่จะไม่ได้ดู เคยดูสมัยแรกๆ ที่แสดงในสังกัดจินดาวรรณภาพยนตร์ บันทึกรักพิมพ์ฉวี ดอกแก้ว หนึ่งในทรวง อ้อมอกสวรรค์

Q : ดูรอบพิเศษหรือ…
A : ส่วนใหญ่จะดูรอบพิเศษ ไปกับเจ้าของหนัง จะไปอยู่ห้องนักพากย์ จะไม่ออกไปรวมกับคนดู ถ้าไปเอง ถูกแอร์ก็หลับ เพราะเราไม่ได้พักผ่อน อดนอนมาก

Q : เวลาติดต่อให้เล่นหนังจะติดต่อโดยตรง หรือต้องผ่านใคร
A : ก่อนนี้อยู่ในสังกัดจินดาวรรณภาพยนตร์ ของคุณศิริ ศิริจินดา กับพี่วงศ์ทอง ผลานุสนธิ์ ใครจะติดต่อก็ต้องติดต่อเจ้าสังกัด ก็แล้วแต่เจ้าสังกัดจะว่าอย่างไร แต่เมื่อออกมาแล้วเขาก็ติดต่อโดยตรง

Q : ช่วงที่รับงานเยอะที่สุด
A : ก็เริ่มจากปลายปี 2506 ไปจนถึงปี พ.ศ.2515

Q : เคยคิดมั้ยคะว่า ทำไมพอมาจับคู่กัน มิตร - เพชรา จึงได้เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน
A : ก็งงเหมือนกันนะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าเล่นคู่กับ คุณไชยา (ไชยา สุริยัน) น่าจะดีกว่า เพราะหน้าตาก็คล้ายกัน แล้วเขาก็ไม่ค่อยสูง นุ่มนิ่มเหมือนกัน น่าจะดีกว่า แต่มิตร - เพชรา เป็นความนิยมมาจากประชาชน บางทีคนดูไปถึงโรงหนังแล้วไม่ใช่ มิตร - เพชรา นำแสดง คนดูเขาก็กลับบ้าน มันไม่ได้อยู่ที่เจ้าของหนังอย่างเดียว … ช่วงหลังที่ไม่สบายอยู่บ้านจะมีหมอนวดมาคอยนวดให้ที่บ้าน เขาก็เป็นแฟนหนังเรา เขาเคยเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนพอออกจากโรงหนังนี้ ก็เข้าโรงหนังโน้น วันหนึ่งบางทีดูสอง สามเรื่อง แล้วบางเรื่องจะมีพระเอก นางเอกตอนเด็ก เขาดูไปก็จะนั่งบ่นไป ว่าเมื่อไหร่พระเอก นางเอกจะโตเสียที เพราะเขาอยากดูเราแสดง

Q : ในสมัยนั้นมีแม่ยก เหมือนกับละครกรมศิลป หรือเปล่า
A : ไม่มีนะ เพราะเราไม่ค่อยมีเวลา ที่จะทำความรู้จักส่วนตัวกับใคร

Q : มีคนส่งของขวัญมาที่บ้านบ้างหรือเปล่า
A : ก็มีบ้าง แต่ส่วนมากเราก็ไม่ค่อยมีเวลา ก็มีบางคนมาเฝ้า มาคอยที่บ้าน อยากเป็นพี่ อยากเป็นเหมือนผู้ปกครองเรา แต่เมื่อมาหลายๆ ครั้งไม่เจอ ก็หายไป

Q: เวลาแสดง เคยได้อ่านบทมาก่อนหรือเปล่า
A : ส่วนมากจะได้เห็นวันที่ถ่ายทำ ตอนที่รับเล่นหนังมากๆ บางทีก็ไม่ได้รู้เหมือนกันว่าเนื้อเรื่องเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกเราว่าแสดงเรื่องนี้นะ คู่กับพระเอกคนนั้น บางครั้งเขาก็เล่าเรื่องให้ฟัง แต่ถ้าไว้ใจกันมากๆ ก็ไม่ได้เล่าให้ฟัง ส่วนใหญ่จะพูดกันแค่นั้น ด้วยความไว้ใจ บางครั้งเราก็ได้บทไม่ค่อยดี

Q : เล่นหนังเรื่องแรกต้องมีการฝึกการแสดงก่อนหรือเปล่า
A : สมัยนั้นไม่มี เล่นหนังตอนแรกๆ ด้วยความที่ขี้อายและก็พูดเบา พูดไม่อ้าปากเลยด้วยซ้ำไป หนังก็ต้องไปพากย์ก่อนเข้าฉาย ไม่ได้ใช้เสียงจริงของเรา พี่จุ๊ (จุรี โอศิริ) เขาเคยบ่นให้เข้าหูว่า… แหม นางเอกคนนี้พูดจับปากยากจริงๆ เลย ไม่รู้ว่าพูดอะไร… ก็เราพูดเบานี่คะ ปากก็ไม่ค่อยขยับ สมัยก่อนเวลาอยู่บ้านพูดเสียงดังไม่ได้ หัวเราะมีเสียงก็ไม่ได้ พูดอ้าปากกว้างก็ไม่ได้ อยู่กับพ่อแม่ทำไม่ได้เลย เวลาเดินต้องเขย่งจนเท้าบานกันทุกคนเลยลูกสาว เพราะอยู่บ้านไม้เดินลงส้นไม่ได้ จนมาเล่นหนัง ใส่รองเท้าส้นสูงสามารถวิ่งได้ เพราะเดินเขย่งมาตลอดชีวิต ไม่ต้องฝึก

Q : แสดงว่าไม่มีครูสอนในเรื่องการแสดงอย่างจริงจัง
A : ครูคือผู้กำกับ แต่ละท่านก็มีความโดดเด่นคนละอย่าง ต้องค่อยๆ เรียนรู้จากงานที่แสดง ต้องช่างสังเกต บางครั้งเราเรียนรู้ด้วยตัวเอง สมมุติว่า เราถูกตบแล้วล้มลงไป ทำอย่างไรให้ดูไม่แข็ง เราก็ต้องช่วยเขา ระยะหลังๆ นี้ พวกเด็กที่มาเป็นพระเอกหลายคน เวลาถูกต่อยๆ ล้มลงทำไมมันดูแข็ง เพราะเขาไม่รับแอคชั่น

Q : เพื่อนนักแสดงด้วยกันจะมีการแลกเปลี่ยนกันไหม
A : ไม่คะ เราจะต้องช่างสังเกตและเรียนรู้ด้วยตัวเอง

Q : มีโอกาสได้สอนนักแสดงรุ่นหลังหรือเปล่า
A : ไม่มีโอกาส ตอนนั้นตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย งานแสดงก็มีมากไม่อยากจะลืมตาก็ต้องลืม

Q : นอกจากเล่นหนังแล้ว เคยแสดงละครทีวี ละครเวที บ้างหรือเปล่า
A : ไม่เคยคะ เล่นหนังอย่างเดียว

Q : ถ่ายวันหนึ่งกี่เรื่อง…
A : ส่วนใหญ่กลางวันก็เรื่องหนึ่ง กลางคืนก็เรื่องหนึ่ง แล้วแต่คิวว่าเขาต้องการอย่างไร กลางวันก็ออก out door กลางคืนก็เข้าโรงถ่าย บางครั้งต้องเร่งทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืนในเรื่องเดียวกัน

Q : ช่วงที่รับงานเยอะ ไม่ทราบว่าจำได้หรือเปล่าว่ากี่เรื่อง
A : ในหนึ่งเดือนไม่น่าเกิน 20 เรื่อง บางเรื่องเขาขอเพียงแต่ว่าให้ถ่ายเปิดกล้องเท่านั้นก็มี เขาจะเอารูปไปขายสายหนัง หาเงินมาสร้างต่อซึ่งก็จะเว้นไปก่อน แต่ถ้าหนังเรื่องไหนที่มีโปรแกรมที่จะเข้าฉาย เป็นอันว่ารู้กันจะต้องเทคิวมาให้หนังเรื่องนั้นก่อน

Q : ในกรณีคิวกลางวันอยู่ต่างจังหวัด คิวกลางคืนอยู่กรุงเทพฯ จะแก้ปัญหาอย่างไร
A : เราก็ต้องกลับมาให้ทัน และคิวส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนั้น บางทีอยู่ที่ พัทยา ศรีราชา สระบุรี นครนายก เมืองกาญจน์ ต้องวิ่งกลับมากรุงเทพฯ ให้ทันสองทุ่ม สามทุ่มต้องพร้อม แต่บางครั้ง บางเรื่องเขาก็ขอทุ่มหนึ่งพร้อมเข้าฉาก

Q : คิวกลางวันจะเริ่มกี่โมง
A : ทั่วๆ ไป ก็จะเริ่ม สามโมงเช้า ไปจนถึง สี่ห้าโมงเย็น คิวกลางคืน บางทีเขาก็ขอเร็ว ถ้า มาตราฐานก็สามทุ่ม หน้าตาเราต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้ากล้องได้เลย ก็จะยาวไปถึงหกโมงเช้า

Q : ตอนหลังนี่แสดงว่าอดนอนเก่งแล้ว
A : ไม่เก่ง ก็ต้องเก่ง ตอนที่เล่น ดอกแก้ว นั้นตีสอง ตีสาม ต้องเอาหัวไปชนเก้าอี้ ในเรื่องมีบทที่ดอกแก้วต้องโดนเฆี่ยน เขาบอกว่า เวลาเขาหวดไป ก็สะดุ้ง แหม! มันสะดุ้งไม่ออก มันง่วง มันมึนไปหมดแล้ว

Q : ที่เล่าว่า จะต้องพร้อม แสดงว่าต้องเตรียมทุกอย่าง ทั้งในเรื่องเสื้อผ้า แต่งหน้า พอถึงกองถ่ายก็เข้าฉากเลยหรือเปล่า
A : เสื้อผ้า ส่วนใหญ่เขาจะเตรียมให้ มาในช่วงหนังเยอะๆ เราก็ต้องดูแลเสื้อผ้า เพราะ เจ้าของหนังบางรายเป็นหนุ่มๆ ก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องเสื้อผ้า แม้กระทั่งเรื่องอาหารการกิน คนที่ไม่รู้เรื่องก็จะถ่ายอย่างเดียว เราใส่เสื้อผ้าไปอย่างไรก็ถ่ายอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นหนังของคุณชาลี พี่ศรินทิพย์ เสื้อผ้าดี ของนครพิงค์ภาพยนตร์ ลุงหนาน กับป้าภา (สมาน - วรรณภา คราประยูร) ก็เสื้อผ้าดี หนังของพี่ปอนด์ (ทองปอนด์) กับอาวิจิตร คุณาวุฒิ ของน้าดิน ของครูรังสี จะสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้า

Q : ในช่วงที่งานเยอะ เคยคิดอยากจะเลิกเล่นหนังบ้างหรือเปล่า
A : ช่วงนั้น ไม่คิดอยากจะเลิก แต่อยากจะให้เขางดกองถ่ายมากกว่า บางวันเราง่วงจังเลย คืนนี้ถ้าเขางดก็ดีนะ บางครั้งกลางคืนที่ไม่ไหวจริงๆ ก็คิดว่ากลางวันเขางดก็ดี

Q : ในหนึ่งเดือน ไม่ทราบว่ามีวันหยุดกี่วัน
A : ไม่มีวันหยุดหรอก ตอนที่คุณมิตร เขาหยุดวันที่ 15 เราก็ไม่มีวันหยุด เพราะเราต้องไปถ่ายหนังกับพระเอกคนอื่น กองถ่ายอื่นเขาก็จะรีบคว้าตัว ช่วงนั้นจะมีแต่ว่าหนังเรื่องไหนที่เขาไม่ค่อยพร้อม ก็จะมีโอกาสงด เราก็จะแอบนึกในใจให้เขางดกองถ่าย บางครั้งตัวแสดง พระเอก นางเอกพร้อม แต่ถ้าตัวรองไม่พร้อม กองถ่ายก็ต้องงดเหมือนกัน เพราะไม่อาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

Q : คุณมิตร เป็นอย่างไรบ้างในความคิด
A : คุณมิตร พี่รักเขานะ รักในความจริงใจ คบง่าย เวลาที่ไปไหนด้วยกัน หรือเล่นหนังด้วยกัน เราอบอุ่น ถึงจะโกรธกันอย่างไร เราก็ไม่เคยโกรธกันอย่างจริงจัง เราจะคุยกันทุกเรื่อง คุณมิตรรักงาน จะไม่เบื่อเวลาที่เราเป็นดาราใหม่ๆ ต้อง เทคแล้ว เทคอีก จะไม่เบื่อ จะให้กำลังใจ แต่เวลาไม่พอใจก็ปิดไม่ค่อยอยู่ จะแสดงออก บอกให้รู้หมดด้วยหน้าด้วยท่าที บางครั้งไปถ่ายสระบุรี กว่าจะกลับถึงกรุงเทพฯ ก็มืด แล้วอีกเรื่องหนึ่งเขาขอโดดสองคัท สามคัท ก่อนเจ้าของคิวจริงตอนหัวค่ำ เขาจะขอถ่ายเราก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะถ่ายต่อไม่ได้ บางทีไปด้วยกัน คุณมิตรก็จะบอก เข้าโรงถ่ายเลยนะอี๊ดนะ โดดให้เขาหน่อย เวลานอนยังมีอีกถมไปในหลุมฝังศพ

Q : วันที่คุณมิตร ประสบอุบัติเหตุ พี่อี๊ดอยู่ในกองถ่ายด้วยหรือเปล่า
A : วันนั้นไม่ได้ไป เพราะต้องไปเข้าฉากปิดกล้องเรื่อง พุดตาล ของคุณหวล รัตนงาม และระหว่างที่รอถ่ายทำในช่วงกลางคืน เราก็ไปทำผมเตรียมเข้าฉากที่ร้านทำผมใกล้ๆ กับวัดแค แถวนางเลิ้ง เราก็เห็นคนวิ่ง ก็คุยกับเจ้าของร้านว่า เขาวิ่งไปไหนกันนะ ด้วยความอยากรู้ ก็วานให้เจ้าของร้านไปช่วยถามให้หน่อยว่าเขาวิ่งไปที่ไหนกัน อีกสักพักก็มีคนมาบอกว่า เดี๋ยวศพของมิตร ชัยบัญชาจะมาที่วัดแค … เราก็นึกว่าอะไรกัน เพิ่งจะถ่ายหนังด้วยกันเมื่อวานนี้ … ทีแรกก็ไม่ค่อยเชื่อ … แต่เมื่อนึกอีกทีว่าจะต้องเข้าฉากมีการโหนบันไดเชือกก็อาจจะจริง หลังจากนั้นก็โทรศัพท์เช็คข่าวกับ คุณวิเชียร สงวนไทย เมื่อได้รับการยืนยันว่าจริง เราก็หมดแรงนั่งอยู่ตรงนั้น พูดอยู่คนเดียวว่า ไม่เชื่อ … ไม่จริง … กว่าจะไปบ้านเปลี่ยนเสื้อผ้า มาถึงวัดก็ 4 ทุ่ม …เมื่อไปถึงที่วัด ทางวัดก็เอาศพใส่โลงแล้ว เขาก็เปิดให้ดู เราก็ยังไม่เชื่อ … คิดว่าเขาไม่ตายหรอก เขาแค่สลบไปมั้ง

Q : หลังจากที่คุณมิตรประสบอุบัติเหตุแล้ว เล่นประกบกับใครบ้าง
A : ส่วนใหญ่จะเป็น คุณสมบัติ เมทะนี คุณไชยา สุริยัน คุณลือชัย นฤนาท ช่วงนั้นเขาก็หาพระเอกใหม่กับให้วุ่นวาย พระเอกใหม่ในช่วงเวลานั้นมี คุณครรชิต ขวัญประชา คุณนาท ภูวนัย คุณยอดชาย เมฆสุวรรณ คุณกรุง ศรีวิไล พระเอกใหม่ก็ดูว่าจะเด็กกว่าเราทั้งนั้น นางเอกอายุมาก พระเอกอายุน้อย มันสู้พระเอกอายุมาก นางเอกอายุน้อยไม่ได้ เวลาที่จะเข้าฉากมีบทรัก เขาก็จะไม่ได้แสดงออกอย่างคนรัก โดยมากจะออกมาแบบเกรงใจ ไม่ค่อยกล้า ในแววตาของเขาไม่สามารถแสดงออกมาได้ ในความรู้สึกของนักแสดงเหล่านั้นเขาเกรงใจ เขาศรัทธาเราไปอีกแบบหนึ่ง พอจะเล่นบทรัก ทำอย่างไรแววตาก็ไม่ค่อยออก …บางครั้ง เราก็ต้องคุยกัน เคยถามเขาว่า เคยมีคนรัก มีแฟนมั้ย และรักกันมากหรือเปล่า … ก็ต้องบอกเขาว่านี่ไม่ใช่เพชรานะ มองหน้านี้ให้เป็นหน้าของคนรัก ทำความรู้สึกให้เหมือนกับเป็นคนรักของเขา

Q : เคยคิดที่จะเลิกแสดง หรือไปทำอย่างอื่นบ้างหรือเปล่า
A : ช่วงที่เจอพระเอกเด็กกว่า เราก็รู้สึกไม่สนุก ไม่ค่อยอบอุ่นเหมือนแสดงกับคุณมิตร หรือ คุณชนะ ศรีอุบล หรือใครๆ ที่อาวุโสกว่า พอเราจะเป็นพี่ใหญ่ เราก็เริ่มไม่สนุกแล้ว ไม่เหมือนเมื่อครั้งแรกๆ ที่เข้ามาทำงาน เราจะรู้สึกเป็นน้องไปไหนก็ได้รับความอบอุ่นความเมตตา ในช่วงเวลานั้น คุณชรินทร์ ทำหนังก็อยากจะให้เราหยุดงานแสดงมาช่วยทำงานเบื้องหลังบ้าง ตอนนั้นก็ประมาณปี พ.ศ.2515 เป็นช่วงเดียวกับที่ตาเริ่มมีปัญหามองไม่ค่อยเห็น ขับรถอาทิตย์หนึ่งเฉี่ยว 2 ครั้ง ชน 2 ครั้ง เกาะกลางถนนก็ไม่ค่อยเห็นแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งขับจนปืนเกาะกลางถนนยางระเบิด

ช่วงที่ช่วยคุณชรินทร์ทำหนัง ถ้าเราไม่ได้แสดงก็จะไม่มีชื่อเราอยู่ในหนัง ที่นี้เราก็มีความฝันที่อยากจะเป็นผู้อำนวยการสร้างกับเขาบ้าง ก็เลยลงทุนทำเรื่อง "ไอ้ขุนทอง" สรพงษ์ ชาตรี เป็นพระเอก ปิยมาศ โมณยกุล และเรวดี ปัตตะพงศ์ เป็นนางเอก ตัวเองก็รับบทเป็นแม่ของขุนทอง นี่เป็นเรื่องสุดท้าย ตอนนั้นนะถ้าตาไม่มีปัญหาก็อยากจะทำหนังร่วมทุนกับทางไต้หวัน ฮ่องกง เพราะช่วงที่ไปถ่ายหนังที่ ฮ่องกง เขาอยากจะร่วมงานกับเรา ด้วยความที่เรามีเลือดจีนเขาก็เห็นเราเหมือนกับญาติเขา แต่ที่น่าเสียดายคือเราพูดภาษาจีนไม่ได้ ถ้าพูดได้ก็คงจะอยู่ที่ฮ่องกง ไต้หวันสบายไปแล้ว ถ้าทำได้อยากทำหนังเพลง หนังรักโรแมนติก ไม่อยากทำหนังบู๊

Q : ไม่ทราบว่า ไปเล่นหนังที่ประเทศฮ่องกงได้อย่างไร
A : คุณมิตร เขาเป็นคนรับมา บทก็ผ่านมาจากเขา แต่เมื่อไปแล้วก็ต้องเล่นคู่เป็นพี่เป็นน้องกับนางเอกจีน พูดไปพูดมา คุณมิตรเขาบอก อย่าเล่นเลย ถ้าเล่นคู่ ให้เล่นคนละก็อปปี้ดีกว่า เราเป็นหนึ่งในกระท่อม ดีกว่าเป็นที่ สองในพระราชวัง อะไรแบบนั้น ก็เลยเล่นคนละก็อปปี๊ พอเรื่องที่สอง จอมดาบพิชัยยุทธ รับบทเขามา 15 วัน พอดีกับที่คุณมิตร เขาไม่ได้รับเล่นหนังเรื่อง รักเธอเสมอ ของคุณชรินทร์ ทำให้คิวไม่ค่อยตรงกัน พลาดกันไปพลาดกันมา บทที่รับเขามาก็เลยคืนเขาไป

Q : ไปถ่ายหนังที่ฮ่องกง แล้วเรื่องภาษา
A : ก็มีล่ามที่เป็นคนจีนในไทย เป็นพี่เป็นน้องกับคนที่อยู่ที่ฮ่องกง เรามีบทของเรา คนจีนเขาก็มีบทของเขา เรานี่บอกบท เราไม่จำ ไม่ท่อง เขาจะบอกบทเรา เราก็รู้ของเรา แต่นักแสดงจีนเขาต้องท่องบท พอไปถึงโรงถ่ายเขาก็นั่งท่องคนละมุม ไม่คุย ถึงเวลาแสดงเราก็จำว่าท้ายของเขาอะไร แล้วเราต้องขึ้น เราก็รู้อารมณ์ พอท้ายของเรา เขาก็จำ แล้วก็ขึ้น

ช่วงท้ายๆ กำหนดกลับเราก็มีแล้ว จะถ่าย out door ก็ถ่ายไม่ได้ มรสุมเข้า ช่างฉากเขาต้องจำลองฉากในโรงถ่ายรอบหมดให้เป็น out door แม้แต่ประตูเข้าก็เขียน ช่างเขาจำลองฉากดีมาก ไปที่ฮ่องกงก็เหมือนญาติสนิทของเรา ตอนที่ไปถ่ายหนังกลางวันเขาก็แจกคนละ 3 เหรียญ เขามีร้านอาหารในโรงถ่าย ตอนนั้นเหรียญละ สามบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์

Q : หลังจากจบงานเจ้าขุนทอง...
A : ก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดกับการรักษาตา เมื่อรักษาไปรักษามาก็มีโรคอื่นๆ แทรกเข้ามา ก็ต้องมานั่งรักษาโรคที่ไม่ได้เป็นแต่หามาเป็น 10 กว่าปีเต็มๆ ที่เจ็บหนักมาตลอด เจ็บจนกระทั่งยกแขนไม่ขึ้น มือก็กำไม่ได้ ขยับตัวก็เจ็บไปหมด ตัวบวมจนเนื้อแตก และด้วยความที่เราตัวเล็กพอตัวเราบวม เวลาหายใจก็จะไม่ค่อยออก กลืนน้ำก็ต้องค่อยๆ ตาก็ฝ้าลง จนมืดไปหมด ตัวเราเองก็ยังงงว่าทำไมรอดมาได้ …

ตอนนั้นใครบอกว่าที่ไหนดีก็ไปรักษาหมด ไปหาหมอจนหมดกำลังใจในการรักษา พอมีกำลังใจใหม่ก็ไปรักษาใหม่ ตอนนี่ก็เหลือซากที่เราเคยป่วยเอาไว้ จนถึงวันนี้ก็ 20 กว่าปีมาแล้ว…

เดี๋ยวนี้ทำใจได้แล้ว ก่อนนี้ที่ยังไม่ยอมให้ใครพบเลย เพราะยอมรับไม่ได้ ยังมีความหวังว่าฉันจะต้องเห็น ฉันจะต้องหาย อย่างไรก็รับไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ค่อยๆ อ่อนลง จะเห็นหรือไม่เห็นก็ช่างเถอะ ต้องทำใจอย่างนี้ เพราะถ้าเราหวังมาก และคิดมาก บางครั้งก็อยากจะควักลูกตาออกมาโยนทิ้งไปเลย โมโหนะ ทำไม ทำไมถึงมองไม่เห็น แรกๆ มันร้อนรนมาก ฟุ้งซ่านมาก ฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ฉันจะอยู่ได้ยังไง แล้วใครจะคิดอย่างไร มันทำใจไม่ได้ ใช้เวลาปรับตัวนานมาก ทุกแห่งที่ไปไปด้วยศรัทธา ไปจนเกินกว่าที่เขาจะพูด ใครว่าที่ไหนดีก็ไป บางครั้งเราก็ได้รับกำลังใจว่าเราจะเห็น บางครั้งก็บั่นทอนกำลังใจว่าไม่มีทาง

Q : หลังจากที่หยุดทำงานไปกว่า 20 ปี เมื่อกลับมาทำงานจัดรายการวิทยุอีกครั้งรู้สึกอย่างไรบ้าง
A : ด้วยความที่เราไม่เคยพูด ไม่เคยใช้เสียง อยู่ๆ จะให้เรามาพูดวิทยุ เราก็อัศจรรย์ตัวเองว่าจะไปได้ครบเดือนหรือเปล่า ครั้งแรกที่คุณวิทยา ศุภพรโอภาส เขาบอกว่าจะให้จัดรายการวิทยุ เขาจะมาหาจะมาคุยด้วย …เราก็บอกอย่ามายังไม่พร้อมให้เห็นเรา ได้แต่บอกว่าแน่ใจแล้วหรือว่าเราจะพูดได้ คุณวิทยาเขาบอก ผมแน่ใจว่าพี่ต้องพูดได้ ต้องทำได้ พี่อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ

แล้วเราจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะได้อย่างไรกัน อย่างเรื่องเก่าๆ บางเรื่องเราก็เริ่มจำไม่ค่อยได้ อีกอย่างเวลาที่เราถ่ายหนังแต่ละเรื่อง เราก็ไม่ได้ถ่ายติดต่อกันตลอด บางเรื่องก็มีบทมาก บางเรื่องก็มีบทน้อย เรื่องที่มีบทมากเราก็จำได้เยอะ เราเองก็ไม่เคยจัดรายการวิทยุมาก่อน หลายคนก็เริ่มเป็นห่วงว่าจะไปรอดหรือเปล่า … ตัวเองยังงงตัวเองเลยว่าจะพูดอะไร … เราเองก็ยังไม่แน่ใจตัวเอง ยังบอก คุณวิทยาไปว่า ทดลองงานกันก่อนสักเดือนมั้ย ถ้าไม่ดีก็ตัวใครตัวมันนะ ไม่มีพันธะผูกพันกัน

Q : แล้วเสียงตอบรับ
A : จากแฟนๆ ก็ดีนะ เพื่อนๆ ยังบอกว่าเขาอัศจรรย์กันนะ ไม่คิดว่าเราจะพูดได้ พวกเพื่อนเขายังบอกว่า เขาตาดีๆ ยังพูดไม่ได้เลย พูดเมื่อตะกี้ยังลืม แล้วนี่พูดเป็นเรื่องเป็นราว พูดได้อย่างไร …เก่งนี่น่า ถ้าเป็นเขาแล้วตามองไม่เห็นด้วยเข้าคงอยู่แต่ในกุฏิแล้ว … ตอนนี้เวลาที่มีเรื่องพูดจะสนุกมาก แต่ถ้าวันไหนไม่มีเรื่องพูดก็จะเริ่มคิดว่าทำอย่างไรดี เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเครียดเหมือนครั้งแรกๆ ที่ถึงเวลาพูดวิทยุที่ก็หัวใจเต้นตูมตาม ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรบ้าง ไม่รู้จังหวะ ตอนนี้เริ่มดีขึ้น แรกๆ คุณวิทยา เขากลัวว่าเราจะไม่เข้าใจ กลัว

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 3:56 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 16

((อ่านต่อจากข้างบน))

เข้าใจ กลัวเราแก่แล้วช้า ซึ่งแรกๆ เราก็ช้าเหมือนกันนั่นแหละ เพราะมัวแต่อือ…อ้า คุณวิทยาเขาบอกว่า พี่เวลาออกวิทยุจะรีเลย์นะ ต้องพูดเร็วหน่อยนะ เราก็บอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เพราะเราฟังบทเวลาแสดงมาแล้ว แสดงไปพูดไป …

ครั้งแรกๆ จัดรายการเสร็จแล้วก็โทรหาคุณวิทยาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง คุณวิทยาเขาบอกไม่เป็นไร ดีแล้ว คนอื่นเขาแย่กว่าพี่อีก คุณวิทยาให้กำลังใจตลอด งานใหม่นี่ทำให้ชีวิตสนุกขึ้น

คนเราถ้าได้ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็จะทำให้ชีวิตเรามีคุณค่ามากขึ้นที่เรายังได้ทำงาน…

ที่มา วารสารหนัง : ไทย ปีที่ 3 ฉบับที่ 11 (กรกฎาคม-กันยายน 2544)


โดยคุณ : เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี - [20:11:01  26 มี.ค. 2552]

-----

จากที่มา..

http://www.charinshow.com/Board-Detail.asp?ID=00900

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.10.2009 / 4:09 pm
124.122.120.68
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 17

^

^

^

(จากความเห็นด้านบน)  ไปเจอเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับ "ป้าอี๊ด" เพชรา เชาวราษฎร์ มาในเว็ปไซต์ "เรือนชาน สนทนาสุนทรียะ"  รวบรวมโดยท่านเจ้าของกระทู้ชื่อ "เซี๊ยะ (นพดล) บางพลี" ผมจัดให้เป็นกระทู้ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ และ มีรูปสวยๆหาดูยากหลายรูป  เชิญเข้าไปดูได้นะครับ   ตามลิ้งค์นี้.. http://www.charinshow.com/Board-Detail.asp?ID=00900

ขอบพระคุณ คุณ "เซี๊ยะ (นพดล) บางพลี" เป็นอย่างสูง

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

03.10.2009 / 3:30 pm
124.120.3.144
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 18

**รายชื่อ "หนังไทย" ที่ "ป้าอี๊ด" เพชรา เชาวราษฎร์ เคยแสดงเอาไว้  และมีจำหน่ายที่ร้าน "อาหารหู"  สามารถโทรสอบถาม และ สั่งซื้อได้ตลอด 24 ช.ม. (ไม่มีวันหยุด)   ที่เบอร์ 085 329 6996  หรือ  กดเข้าไปที่ช่อง "สั่งซื้อ"  ที่หน้าเว็ป www.rharnhoo.com

1. บันทึกรักของพิมพ์ฉวี

2. ภูติพิศวาส

3. อ้อมอกดิน

4. เพชรน้ำผึ้ง

5. ลูกผู้ชายชื่อไอ้แผน

6. เงิน เงิน เงิน

7. โสนน้อยเรือนงาม

8. พระอภัยมณี

10. เพชรตัดเพชร

 

11. วังไพร

12. เสือสั่งถ้ำ

13. นกแก้ว

14. นางนกป่า

15. เกิดเป็นหงส์

16. 5 พยัคฆ์สาว

17. ปิ่นรัก

18.สายเปล

19. ปูจ๋า

20. นางพรายตานี

 

21. จุฬาตรีคูณ

22. ยอดแก่น

23. พระลอ

24. สกุลกา

25. เงินจ๋าเงิน

26. พรายพิศวาส

27. 16 ปี แห่งความหลัง

28. ทรามวัยใจเพชร

29. ลมเหนือ

30. ปีศาจเสน่หา

 

31. จอมคน

32. รักนิรันด์

33. ไทยใหญ่

34. มนต์รักลูกทุ่ง

35. ม้ามืด

36. จอมโจรมเหศวร

37. กำแพงเงินตรา

38. 7 สิงห์คืนถิ่น

39. ลำพู

40. อัศวินดาบกายสิทธิ์

 

41. บ้านสาวโสด

42. ฝนเหนือ

43. ไอ้ทุย

44. เขยตีนโต

45. สุภาพบุรุษเสือใบ

46. คนใจบอด

47. ลานพัยหญ้า

48. แม่ศรีไพร

49. แม่นม

50. ทุ่งเศรษฐี

 

51. ลูกยอด

52. ระเริงชล

53. น้ำผึ้งพระจันทร์

54. มดตะนอย

55. ลานสาวกอด

56. วิวาห์ลูกทุ่ง

57. หัวใจป่า

58. สายฝน

59. กังหันสวาท

60. ไอ้ขุนทอง

หมายเหตุ : เนื่องจากเป็นหนังเก่าหลายสิบปี  ก่อนสั่งซื้อควรติดต่อมาเพื่อสอบถามคุณภาพของหนังแต่ละเรื่องก่อนว่าเป็นอย่างไร  เพราะหนังแต่ละเรื่องมีการเก็บรักษาสำเนาฟิล์มไม่เท่ากัน  มีคุณภาพทั้งภาพและเสียงไม่เท่ากัน  เพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุดในการรับชม และ สะสม

-----

ลิ้งค์ไปหน้าเว็ปร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย) www.rharnhoo.com

 

แจ้งลบข้อความนี้

08.10.2009 / 9:26 am
58.8.159.249
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 19

ภาพ "ป้าอี๊ด" เพชรา เชาวราษฎร์ กับพระเอกหน้าใหม่ (ในขณะนั้น) "น้าเล็ก" นาท ภูวนัย  ในหนังเรื่อง "แม่ศรีไพร" (2514)  ของยอดผู้กำกับฯวิจิตร คุณาวุฒิ 

((ภาพผม "แอบลักขโมยโดยเปิดเผย" มาจากกระทู้หนึ่งในเว็ป  www.thaifilm.com  เป็นกระทู้ของคุณ "เซี๊ย (นพดล) บางพลี" http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=5512&page=1&keyword=  ในความคิดเห็นที่ 77 ไม่ระบุชื่อผู้โพสรูป - ขอบพระคุณครับ))

 

แจ้งลบข้อความนี้

11.10.2009 / 11:32 am
124.120.87.88
By: คนชอบเพชรา
ความคิดเห็นที่ 20

คุณเพชรา

สวยมาก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

แจ้งลบข้อความนี้

13.10.2009 / 7:49 am
113.53.188.233
By: นายประพันธ์..ศรีประชัย
ความคิดเห็นที่ 21

อยากดูหนัง

 

แจ้งลบข้อความนี้

27.01.2010 / 12:54 pm
125.25.220.73
By: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
ความคิดเห็นที่ 22

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้พบ "คุณป๊อก" ที่ "ร้านอาหารหู"  เพื่อไปหาซื้อภาพยนตร์ไทยเรื่อง "เพลิงพิศวาส" ครับ

"คุณป๊อก" ต้อนรับดีมาก อัธยาศัยเป็นกันเองดี คงต้องเป็น "ลูกค้าประจำ" ด้วยอีกคนแล้วล่ะครับ

วันนั้น "คุณป๊อก" ยังขอถ่ายรูปด้วยทำอย่างกับผมเป็น "ดารา" ซะเอง ผมล่ะ "เขิน" จริงๆ เลยครับ

ไว้จะหาโอกาสไปเยือนที่ "ร้านอาหารหู" อีกแน่นอนครับ เพราะมีหนังไทยที่อยากได้อีกหลายเรื่องครับผม

 

Attachment Files

 

แจ้งลบข้อความนี้

28.01.2010 / 12:19 pm
124.120.21.51
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 23

^

^

^

ถือเป็นเกียรติครับพี่เซี๊ยะ (นพดล) บางพลี  ที่พี่มาอุดหนุนสินค้าที่ร้าน  หวังว่าจะเจอกันอีกนะครับ  ขอบคุณมากๆเลย

 

แจ้งลบข้อความนี้

28.01.2010 / 12:22 pm
124.120.21.51
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 24

**อยากสอบถาม สั่งซื้อ หรือ เลือกดูรายละเอียดของสินค้าทั้ง หนังไทย และ เพลงไทย   กรุณากดลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย)   www.rharnhoo.com  แล้วกดเข้าไปที่ช่อง สั่งซื้อ กรอกข้อมูลทุกอย่างลงในนั้น    หรือโทร 085 329 6996   (ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด)

 

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

14.07.2010 / 2:40 pm
58.10.128.55
By: ณ สุดขอบฟ้า
ความคิดเห็นที่ 25

บันทึกรักของพิมพ์ฉวี  &  เพชรา เชาวราษฎร์

 

หนัง และนางซึ่งเป็นดวงใจ...

 

แจ้งลบข้อความนี้


Page1 of 1[ Show All ]Go to page:

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ข้อความ:
ไฟล์ประกอบ:    
      เฉพาะไฟล์ gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf
น้ำหนักไม่เกิน 200 Kb.
       
        กรุณากรอกรหัสที่คุณเห็น
 
     

กรุณากรอกข้อความในช่องที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว