16.05.2009 / 3:07 pm
บรรณ
125.24.96.255
ร้าน cd ในตำนาน ตอนที่ 1

ร้าน CD ในตำนาน

 

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผมได้ไปงานศพพ่อของคุณบี๋ คณาคำ อภิรดี ที่วัดธาตุทอง แต่ด้วยกลัวรถติดเลยไปถึงเร็ว ทำให้มีเวลาเแวะไปเดินเล่นที่ห้างเมเจอร์สาขาเอกมัย เห็นบรรยากาศในห้างเงียบเหงาลงมากกว่าที่เคยมาเดินตอนเปิดใหม่ๆ แล้วก็ได้แวะร้าน Music One หนึ่งในร้านcd ในตำนานที่ผมเป็นลูกค้าและเคยเป็นสมาชิกอยู่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่สาขาที่ไปซื้อบ่อยๆคือที่สีลมและสาขา World Trade Center

วันนั้น..ผมได้เห็น Music One ที่สาขาเมเจอร์เอกมัยแล้ว รู้สึกหดหู่ใจกับวงการเพลง เมื่อได้เห็นร้านcd ซึ่งเปิดมายาวนานนับสิบปี เป็นร้านซึ่งมีแผ่นนำเข้าจากนอกที่หายากๆมากมายละลานตา และเมื่อได้หลุดเข้าไปทีไรไอ้คนบ้าเพลงอย่างผมต้องเสียเวลาหลายๆชั่วโมง และมีหลายๆคนคงเป็นอย่างผม ขอนอนที่นี่เลยได้ไหมทำอย่างกับเจอสาวๆถูกใจยังงั้นแหละ ผมจำได้ว่าแผ่นราคาสูงที่สุดที่ซื้อจาก Music One สีลมในสมัยนั้นคือ David Gates (แผ่นญี่ปุ่น) ในราคา 760 บาท จากนั้นผมก็ได้เป็นลูกค้า บ้าแผ่น มาเรื่อยๆ

Music One ที่ผมแวะไปที่เมเจอร์ในวันนั้น ปัจจุบันได้แบ่งส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของห้องคาราโอเกะ 3-4 ห้อง ซึ่งเขามีไว้ให้วัยรุ่นเข้าไปหมกตัวร้องเพลงกันตามห้างนั่นแหละ มันเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของร้านcd!!! ผมได้เดินดูแผ่นทั่วทั้งร้าน ยังเห็นอัลบั้มจากหลายๆศิลปินที่หายากอีกมาก แต่สภาพค่อนข้างเก่าเพราะพวกเขานอนแช่อยู่ที่ร้านกันมานานหลายปีแล้ว จากสาขานู้นวนมาสาขานี้ ผมเดินมาถึงหิ้งท้ายๆที่มีป้ายว่า Audiophile แต่สินค้าที่วางกลับเป็นพวก Box Set แทน ผมอยากจะช่วยอุดหนุนและเป็นกำลังใจให้ จึงเลือกซื้อ Box Set 3 แผ่นของ Cilla Produced by George Martin ราคาสองพันกว่าบาท ลดแล้วเหลือ 1600 กว่าๆ สภาพที่เห็นก็คือเป็นกล่องสีขาว แต่ด้านบนกล่องกลับเป็นสีเหลืองอ๋อย จะขาวจั๊วะก็แต่ด้านล่างซึ่งไม่ได้ถูกแสงมาเกือบๆ10 ปีแล้วกระมัง

เมื่อผมไปจ่ายเงินก็ได้สอบถามพนักงานถึงสภาพของร้าน ได้ความรวมๆว่าที่นี่จะเป็นสาขาสุดท้ายที่เหลือของ Music One แล้ว เพราะยังเซ้งให้ใครไม่ได้ เนื่องจากสัญญาเซ้งยังไม่ครบทั้งหมด 30 ปี ร้านจึงยังต้องอยู่ต่อไปกับค่าเช่าเดือนละตั้ง 50,000 บาท ส่วนสาขาเมเจอร์รัชโยธินกำลังจะปิดสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพราะว่าโชคดีเซ้งไปได้ก่อน ก่อนหน้านี้ผมก็เคยแวะไปที่สาขารัชโยธินเหมือนกัน มันเหมือนกับกำลังแข่งกันเงียบยังไงก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะเดินสาขาไหน มองเหลียวซ้ายแลขวานอกจากพนักงานคนสองคนแล้ว มันก็มีผมเดิน บ้า อยู่คนเดียวทุกครั้งไป เออ...บ้าก็บ้าเพลงวะ ความเงียบเหงาราวกับป่าช้าของร้าน cd ยุคนี้กับค่าเช่าที่ต้องจ่ายไป ดูแล้วไม่น่าไปกันได้เลย...เฮ้อ น่าจะเป็นเพราะไอ้เอ็มหรือเปล่า ไอ้เอ็มพีสามไง หรือจะโทษใครดี?

จากความสะเทือนใจที่ได้พูดคุยและเห็นในวันนั้น ทำให้ผมหวนย้อนรำลึกไปในช่วงที่ร้านcd กำลังรุ่งเรือง ตั้งแต่ปี 2526 2539 เป็นเวลา 13 ปีที่ผมทำงานในร้านจิวเวลรี่อยู่บนสยามเซ็นเตอร์ ในช่วงชีวิตตอนนั้น ผมเดินไปซื้อเทปที่ร้านดีเจสยามและร้านใกล้เคียงเกือบทุกวัน วันละหลายๆม้วน จนกระทั่งมีแผ่นcd เข้ามาเมืองไทยและ Tower Records ก็ได้มาตั้งตระหง่านบนชั้น 4 ของสยามเซ็นเตอร์เป็นสาขาแรกในไทย และในวันแรกที่เปิด ผมก็ไม่พลาดที่จะขึ้นไปชม แม้ขณะนั้นจะยังไม่มีเครื่องเล่นCd ไว้ในครอบครองเลยก็ตาม ได้เห็นร้านcd ที่ใหญ่โตมโหราฬ ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจกับการเดินดูแผ่น cd ทุกๆแนวไล่ตั้งแต่ A – Z เป็นเวลาเกือบๆ 4 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ไม่เมื่อย ไม่หิว ไม่เบื่อและ...ไม่มีเงิน แต่ด้วยความอยากฟังมากๆเพราะบางชุดหายาก แม้แต่เทปก็ไม่มี ถึงบางชุดจะมีแต่ก็อยากฟังความไพเราะและคมชัดของระบบcd ที่เขาว่ากัน เลยควักเงินซื้ออัลบั้มของ Billy Joel มา 5 แผ่น กลับบ้านเอามาลูบๆคลำๆและอ่านดู Booklet ด้วยความตื่นเต้นทั้งๆที่ยังไม่มีเครื่องเล่นcd หลังจากนั้นเมื่อมีแผ่นแล้วผมจึงได้เก็บเงินซื้อ Disc Man ของ Sony รุ่นแรกมา (ปัจจุบันแผ่นcd และเครื่องเล่นที่ว่า..ยังอยู่ครบ) เล่าถึงตอนนี้คุณคงนึกว่าผมคงเลิกซื้อเทปหันมาฟัง cd อย่างเดียวแล้วมั๊ง ผิดครับ ตอนนั้นก็เลยกลายเป็นเสพไปทั้งเทปและ cd สองอย่างเลย

ร้านcd เป็นธุรกิจที่ผมใฝ่ฝันจะทำเหมือนกัน ซึ่งตอนปี 2540 เศรษฐกิจตกต่ำมาก มีการปลดพนักงานออกมากมาย ที่เรียกกันว่า ยุคต้มยำกุ้ง นั่นแหละ อาชีพที่นิยมมากในขณะนั้นคือ เปิดท้ายขายของ และผมก็คือหนึ่งในนั้น แรกๆเราก็เอาของที่ใช้แล้ว รวมทั้ง tape และ cd ที่ซื้อมาแพงโขอยู่แต่ต้องตัดใจเอามาขายเป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะไม่มีเงิน ในที่สุดของเก่าที่ไม่ต้องลงทุนก็ค่อยๆหมดไป สิ่งที่ขายแล้วถนัดที่สุดคือ cd และมันได้กลายเป็นงานหลักในการเปิดท้ายขายของต่อมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และมีโอกาสเปิดร้านเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆ 2-3 ที่เหมือนกัน

สิ่งที่ผมต้องทำตอนนั้นคือต้องไปหา used cd จากตลาดเปิดท้ายที่อื่นมาเพิ่มในการขาย และในช่วงนั้นผมเห็นบริษัทเพลงสากลยักษ์ใหญ่หลายที่ในไทย เช่น Polygram ได้นำแผ่นcd มาเลหลังกองเป็นภูเขาเลากาที่คลองถม เหลือแผ่นละ 60 บาท หรือ Warner Music ที่ตะวันนา แผ่นละ 90 บาท นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายบ้างแล้ว เพราะไหนจะเศรษฐกิจแย่ แล้วยังมีเครื่อง write cd เข้ามามีบทบาทอีก ในยุคนั้นร้าน imagine ของแกรมมี่ ซึ่งมี cd เพลงสากลเยอะไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักถึงขั้นปิดกิจการไปหลายสาขา ทางร้านนำแผ่นมาลด 50% ผมได้ไปซื้อมาเป็นสิบๆแผ่นเลยทีเดียว

Power Music เป็นอีกบริษัทที่มีร้านcd เป็นสิบสาขา ทั้งบนสถานีรถไฟฟ้าและสยามสแควร์ สาขาสุดท้ายที่เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ก็เพิ่งปิดตัวไป และสภาพของร้านcd ก่อนที่จะปิดกิจการทุกๆร้าน มักจะหมดราศี โหงวเฮ้งหมองคล้ำ หิ้งcd ที่เคยมีของอัดแน่นเต็มหิ้ง จะเริ่มเห็นบางตาลงเหมือนกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผมร่วงและฟันกำลังจะหลุด วางแผ่นเว้นแผ่นดูโล่งๆยังไงก็ไม่รู้ บางหิ้งนำกระเป๋า, เสื้อผ้ามาวางเหมือนมีร้าน Gift Shop สิงอยู่ในนั้นด้วย นั่นคือสถานการณ์บอกลางร้าย เริ่มต้องหาสินค้าอื่นมาช่วยพยุงตัวให้ได้อยู่รอด

Valentine เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีหลายสาขาในห้าง เช่น มาบุญครองและใต้ถุนเซ็นทรัลลาดพร้าว ปัจจุบันน่าจะปิดไปแล้ว, ร้านเปียที่ห้างโซโก้กับแถวราชดำเนินยังอยู่ดีหรือเปล่า, ร้านRex ประตูน้ำ นอกจากcd แล้วยังเป็นขวัญใจนักดนตรีในเรื่องvdo concert กับvdo สอนการเล่นดนตรีอีกหลายประเภท...

ฉบับหน้าเราจะมารำลึกเรื่องร้านcd ในตำนานต่อกันนะครับ   

 

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

16.05.2009 / 3:11 pm
125.24.96.255
By: บรรณ
ความคิดเห็นที่ 1

ร้าน CD ในตำนาน (ตอน 2)

 

ครั้งที่แล้วผมพูดถึงร้าน cd ในยุคอดีตที่รุ่งเรืองจนเข้าสู่ยุคตกต่ำ และในยุคปัจจุบันนี้ ผมคิดดูเล่นๆแล้ว ร้าน cd ที่ยังคงอยู่ได้น่าจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ ( หนึ่ง ) เคยรวยกับธุรกิจขาย cd และมักเป็นคนที่มีทุนหนา เชี่ยวชาญกับธุรกิจนี้มานาน รู้จักทางหนีทีไล่ พยุงตัวเองได้ดีจนอยู่รอด ( สอง ) เป็นคนที่ใจรักจริงๆ ประเภทนี้มักจะเป็นคนคลั่งไคล้ชอบฟังเพลงและสะสม cd เพลงเป็นอย่างหนัก จนกระทั่งได้โอกาสเปิดร้านเป็นของตัวเองจริงจัง เจ้าของร้านบางคนบอกว่า บางเดือนไม่เหลือกำไรหรือขาดทุนซะด้วยซ้ำ เพราะต้องจ่ายค่าเช่าร้าน แต่ทำแล้วมีความสุขกว่าไปทำงานอ๊อฟฟิศที่มีเจ้านายคอยชี้นิ้ว หลายๆคนบอกว่าการอยู่ในธุรกิจเพลงนี้มันเหมือนคนที่ต้องคำสาป แต่คงเป็นคำสาปที่มีความสุขที่จะอยู่กับมัน

คงไม่มีใครคิดจะเปิดร้าน cd ใหม่ๆในยุคนี้กันหรอก แต่ถ้ามีใครคิดจะเปิดกันจริงๆ ใครๆคงต้องคิดว่าบ้าไปแล้ว, สติไม่เต็ม, อยากโชว์ของ หรือได้รับมรดกมาโดยไม่ต้องห่วงเรื่องรายได้อะไรอีก

สมัยก่อนแผ่น cd เพลงสากล จะเป็นแผ่นนำเข้าจากหลายประเทศ ทั้ง U.S.A, Japan, UK หรือ E.U. เป็นต้น แต่ปัจจุบันแผ่น cd เพลงสากลในตลาดบ้านเรา มักจะเป็นแผ่นที่ได้ลิขสิทธิ์ผลิตกันในประเทศไทยมากกว่า ซึ่งคนสะสมแผ่น cd กันจริงจัง มักจะไม่ชอบเพราะคุณภาพตัวแผ่นสู้เมืองนอกไม่ได้ และถึงแม้ราคาแผ่นจะถูกลงใกล้เคียงแผ่นก๊อปแล้วก็ตาม ร้านเล็กร้านใหญ่ก็ยังต้องปิดตัวไปกันเยอะอย่าง เช่น Cd Warehouse ซึ่งกลายร่างมาจาก Tower Records และบริษัทเพลงสากลของฝรั่งอย่าง EMI ยังต้องย้ายกลับอังกฤษ ตอนนี้เท่าที่เห็นยังอยู่ยงคงกระพันก็มีร้านของ GMM อย่าง Imagine ที่เริ่มถูกชุบชีวิตกลับมาใหม่อีกหลายสาขาในห้างโลตัส หลังจาก sale แผ่นปิดกิจการไปหลายสาขา, อัศวินสีส้ม Media Network ที่มีสาขาอยู่หลายที่ในห้างเหมือนกัน, ร้านแมงป่องผยองเดช ตอนนี้หันไปใช้กลยุทธ์เปิดร้านหนังสือรวมกับร้าน cd, GMS เท่าที่ดูเห็นจะมีเพลงจีนกับลูกทุ่งเยอะเป็นพิเศษ ร้านที่กล่าวมานี้เป็นผู้ทำธุรกิจทุนหนา มีหลายสาขาในห้าง และขาย cd หนัง, เพลง แบบตลาดๆที่ออกมาใหม่ๆเป็นหลัก สินค้าของร้าน cd สมัยนี้ รู้สึกว่าดูแล้วไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่าไร มีแต่ของที่ทุกๆร้านก็มี เว้นแต่ร้าน B2S บางสาขามีแผ่นหายากให้เห็นอยู่เหมือนกัน แต่หลังๆนี้ได้ข่าวว่าจะมีการยุบขนาดที่วางสินค้าในส่วนของ cd เพลงน้อยลง นั่นก็คงเป็นเพราะรายได้ที่ไม่กระเตื้องมังครับ  

ยังมีร้านที่ไม่ได้มีสาขา แต่เป็นร้านที่มีคนรู้จักมานาน มีแผ่นเยอะหายากและอยู่ในแหล่งค้าขาย เช่น Jedi The Mall บางกะปิ ผมก็เพิ่งได้แวะไปไม่นานนี้ มีของดีอยู่เหมือนกัน แต่ท้ายสุดก็ปิดกิจการไปเรียบร้อยเมื่อเมษาที่ผ่านมา, BKP สะพานเหล็ก ซึ่งเมื่อก่อนนี้แผ่นนอกเยอะ, ร้านน้อง ท่าพระจันทร์ เคยมีสองร้านใกล้ๆกัน ร้านที่ยังอยู่คือตรงท่าพระจันทร์ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่แปลกๆไป เป็น talk ในหมู่นักฟังเพลงว่า แม้แต่ร้านน้องยังแบ่งพื้นที่ครึ่งร้านเพื่อขายจตุคามรามเทพเลย (ตกลงว่า cd เพลงขายน้อยลงหรือท่านจตุคามเป็นที่นิยมกันแน่ฮะ..555) ตอนหลังร้านน้องไปเปิดที่ทาวน์อินทาวน์อีกร้านนึง มีขายกาแฟในร้านด้วย, ร้าน Music Land ที่เคยอยู่ใต้ถุนโรงหนังอินทรา ตั้งแต่อินทราปรับปรุงตึก ไม่รู้ว่าปัจจุบันร้านนี้ยังอยู่หรือเปล่า, ร้านโดเรมี สยามสแควร์ ได้ข่าวว่าย้ายไปใกล้ๆแถวนั้น ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหน, ร้านเจยู พันธ์ทิพย์ เคยมีตลับเทปโชว์อยู่หน้าร้านเต็ม แต่ตอนนี้มีรายชื่อของแผ่น cd เป็นแฟ้มๆให้เลือกแทนตลับเทป

ดีเจสยาม เป็นร้านที่อยู่มานานมากไม่น้อยกว่า 20 กว่าปี ผมซื้อเทปร้านนี้ตั้งแต่คุณเปี๊ยกซึ่งสมัยนั้นขายเทปอยู่หน้าร้านตัวยังผอมๆอยู่ ดีเจสยามมีของเยอะและสามารถถามหาอะไรที่หายากได้ เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วคนชื่อตี๋ ซึ่งเป็นหัวหน้าคุมร้านและมีความรู้เรื่องเพลงเยอะมาก ถามหาอะไรไป เขาจะหาให้ผมได้หมด มีอยู่วันนึงผมไปได้ยินเพลง Everytime you go away ทางวิทยุ เฮ้ย..มันไม่เหมือนกับของ Paul Young นี่หว่า เลยไปถามหากับนายตี๋ เขาเดินไปหมกอยู่กับกล่องและลังในร้าน สักครู่ก็ออกมาพร้อมกับเทปซกม๊กตลับหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่น ยื่นให้ผมเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง ส่วนผมกำลังเห็นว่ามันเป็นตลับทองของมีค่าอะไรสักอย่าง นั่นคือเทปพีค๊อกซ์หน้าปกมีลายสีฟ้าเป็นรูป Darly Hall & John Oates ตรงกลางครับ มีเพลง Everytime you go away อยู่จริงๆด้วย มันเป็นเพลงต้นฉบับก่อนที่พี่ Paul แกจะนำมาร้องจนดังกว่าเจ้าของเพลงเสียอีก

หลายเดือนก่อนผมเพิ่งไปดีเจสยามมา ทำเอาผมตะลึงงันและสะท้อนใจเป็นอย่างมาก พบว่าภายในร้านได้ถูกแบ่งครึ่งไปแล้ว ไม่มีห้องแอร์ เปิดร้านโล่งและมีเตาอบขนมขนาดใหญ่ หน้าร้านขายขนมปังและน้ำผลไม้ ในส่วนของ cd ก็วางขายกันแค่ข้างร้านตรงทางเดินเท่านั้น ขนาดดีเจสยาม ทำเลทองอย่างนี้ยังต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุค คุณเห็นหรือยัง เห็นหรือยังครับพี่น้อง everything must change….ทุกอย่างคือความเปลี่ยนแปลง!!!

แต่ร้านที่ผมชอบเป็นพิเศษ มักจะมีอะไรไม่เหมือนใคร บางร้านอาจจะไม่มีคนเดิน บางร้านอาจจะอยู่ในหลืบลึกลับจนต้องมีแผนที่เป็นพิเศษ แต่หัวใจหลักของร้าน cd ที่จะมีลูกค้าประจำแบบติดหนึบนั้น ต้องมี cd ที่เราหาที่อื่นไม่ค่อยเจอ หรือไปเจอ cd ที่เราลืมไปนานแล้วว่าอยากได้ หรือราคาถูกกว่าที่อื่น เช่น

- C.A.P. ( Seacon Square ) cd ที่ผมอยากจะซื้อ จะต้องอดใจไว้แล้วมาซื้อที่แคป คราวละหลายๆแผ่น เพราะราคา cd ที่นี่ถูกกว่าที่อื่น พอซื้อหลายแผ่นก็จะประหยัดเงินไปหลายอยู่ และยังมีแผ่น cd ที่หายาก ซึ่งร้าน cd อื่นๆไม่มีเพราะถูกต้นสังกัดเก็บไปหมดแล้ว แต่ที่แคปมี

- Jampz ( พหลโยธินPlace ) ตอนเป็นลูกค้าแรกๆ เจ้าของร้านคือคุณเก่ง สาวมาดขรึมที่เหมือนจะบอกว่า อยากจะดูอะไรก็ดูไป เพราะเธอไม่ค่อยพูดนัก ภายหลังเปลี่ยนมือเป็นคุณรุ้ง ซึ่งเป็นนักฟังเพลงตัวยงเหมือนกัน ร้านนี้เน้น used cd จากนอกเป็นหลัก มีแผ่นหายากหลายๆแนว

- อาหารหู ( ตะวันนาสแควร์ 2 ) เจ้าของร้านชื่อคุณป๊อก เปิดมาได้ประมาณ 2 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านหนังไทยเก่าๆหายาก เจ้าของร้านเขาว่าที่นี่มีแผ่นหนังไทยเยอะที่สุดในโลก และยังมีcd เพลงไทยอินดี้ที่หาที่อื่นไม่ได้อีกหลายๆชุดด้วย ลองไปดูกันได้ที่ www.rharnhoo.com แล้วกันนะ

- ต้นฉบับ ( Seacon Square ) เป็นร้านขายแผ่นเสียงเป็นหลัก แต่คุณติ๊กเจ้าของร้านยังพยายามไปควานหา cd ชุดเก่าๆที่เธอชอบ, หายากและที่อื่นไม่ค่อยมีกันแล้ว นำมาวางขายเพื่อความภูมิใจ

- Abbey Road (The Old Siam Plaza) เจ้าของคือคุณแม๊ค ซึ่งผมรู้จักสมัยไปเปิดท้ายขายของที่เซ็นทรัล สาขารามอินทรา เขามีแผ่นเพลงสากลหายากสุดๆ โดยเฉพาะยุค 70’s เช่น Tokyo Tapes ของ Scorpions ( แต่เป็นcd ) หลังจากนั้นเขาได้มาเปิดร้านที่ The Old Siam ผมก็ตามมาซื้ออีก

- La Beng ( Bon Marche ) เป็นร้านเล็กๆที่มีcd เพลง Jazz เฉพาะแนวจริงๆ น่าเสียดายที่ร้านนี้ปิดไปแล้ว ถ้ายังยืนระยะอยู่ได้นานกว่านี้ น่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ

        ร้าน cd ในอนาคตอาจเป็นเพียงตำนาน และแผ่น cd อาจเป็นเพียงเรื่องเล่าให้ลูกหลานฟังว่า ไอ้แผ่นกลมๆเงาๆนี่ เป็นชีวิตจิตใจของพ่อเลยนะ

 

(ที่มาจาก คมคิดคนดนตรี - GM2000 Magazine)

 

แจ้งลบข้อความนี้

16.05.2009 / 5:20 pm
124.121.245.186
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 2

ขอบคุณพี่บรรณ สุวรรณโณชิน ที่นำบทความพิเศษมาฝากครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.06.2009 / 4:01 pm
125.27.7.109
By: ตั้งใจมาดู
ความคิดเห็นที่ 3

คุณบรรณฯ เขียนอีกสิครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

07.06.2009 / 12:05 am
124.121.240.128
By: zonx
ความคิดเห็นที่ 4

เป็นอีกหนึ่งคนที่เคยมีประสบการณ์เหมือนผู้เขียน รู้สึกใจหาย ที่สิ่งที่เรารักกำลังจะสูญหายไปจากสังคม

ร้านที่ผมประทับใจมากที่สุดในอดีตประมาณ 25 ปีมาแล้วคือร้านแมงป่อง ร้านแรกของแมงป่องเป็นแผงเทปเหมือนที่เห็นในห้างทั่วไป อยู่ชั้นใต้ดินของ the mall ราชดำริ ที่นี่จะหาเพลงใหม่ล่าสุดได้เสมอ ทั้งจากอเมริกา และ อังกฤษ มีทั้งแผ่นเสียง และเทป ซีดียังแพงอยู่ แผ่นละ 700-900 บาท

ส่วนเครื่องเล่น cd เครื่องแรกของผมก็คือ sony discman รุ่นแรกทำด้วยวัสดุอย่างดี ไม่ใช่พลาสติกเหมือนสมัยนี้ (สมัยนี้ก็หายไปหมดแล้ว เหลือแต่ mp3 mp4) ตัวเครื่องเล่น บางมาก และยังสวยล้ำกว่ายุคหลัง ๆ อีก ซื้อมาจากฮ่องกง ราคาประมาณ 10000 บาท (สมัยนั้น walkman ประมาณ 3000 กว่าบาท) เสียดายย้ายบ้านหลายรอบไม่รู้อยู่ที่ไหน (อยู่หลังไหนสักหลังแหละ) ฟังจนคุ้มค่า จนกระทั่งมีเครื่องเล่น cd แบบใบ้ของพี่ชาย ซื้อกลับมาจากอเมริกา เลยฟังจากเครื่องใหญ่แทน

สมัยนั้นยังเรียนหนังสืออยู่ กว่าจะเก็บเงินซื้อแผ่น cd ได้ก็ต้องรอตรุษจีนนั่นแหละ สะสมมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่นั้นมา (เทปก็ยังซื้ออยู่นะ) จนเวลานี้ผ่านมาประมาณ 25 ปี ลองนับแผ่นดูมีประมาณ 1000 แผ่นได้ทั้งไทย จีน ผรั่ง ญี่ปุ่น (เพลงนะครับไม่ใช่หนังอย่างว่า) ยุคที่น่าจะซื้อเยอะที่สุดคงเป็นยุค 90 เพราะทำงานแล้วด้วยมั้ง เพลงก็เพราะ ราคาก็เริ่มถูกลง แต่ยังแพงอยู่ 400-500 บาท มาซื้อน้อยลงก็ปลาย ๆ 90 เพราะแนวเพลงฮิตเริ่มเปลี่ยนเป็น hip hop rap yo ก็เริ่มหันมาซื้อเพลงไทยมากขึ้น ยุคนี้เพลงไทยดังมาก ใครออกมาก็ฮิต แต่ดูเหมือนว่าต้นสังกัดคิดสั้นไปหน่อย รีบออก รีบทำ งานเพลงก็เลยเริ่มแย่ลง คุณภาพลดลงทุกอย่าง ทั้งนักร้อง นักดนตรี กล่อง cd  คุณภาพการบันทึก แย่ลงทั้งระบบ ไม่มีอะไรใหม่เลย ขายกันแต่หน้าตานักร้องอย่างเดียว ผมก็เลยเริ่มหนีกลับไปซื้อเพลงสากลต่อ แต่สุดท้ายร้านขายก็ค่อย ๆ ทยอยปิดตัวลง jedi ก็เป็นอีกร้านที่เป็นประจำ ตอนนี้ต้องมาซื้อที่B2S ซึ่งบรรยากาศการซื้อ cd เปลี่ยนไป เมื่อก่อนต้องมีการพูดคุยกับคนขายว่า แผ่นไหนเป็นอย่างไร มีการวิเคราะห์วิจารณ์เพลงกันอย่างสนุกสนาน แต่ร้านยุคนี้วางไว้เฉย ๆ ไม่มีใครมาคอยให้คำแนะนำใดทั้งสิ้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีการจ้างพนักงานที่รู้เรื่องเพลงมาคอยแนะนำก็ดีนะครับ จะได้มีบรรยากาศเก่า ๆ กลับมาบ้าง

ยิ่งเล่าก็ยิ่งรู้ว่าอายุเริ่มมาก แต่อยากให้คนรุ่นหลัง ๆ ที่ฟังแต่ mp3 ได้รู้ไว้ด้วยว่า กว่าจะหาเพลงเพลงนึงที่ชอบมาฟังได้ มันต้องใช้เวลาในการเสาะหา ใช้เวลาในการเก็บเงิน รวมถึงการสะสมแผ่น cd ที่มีปกสวยงาม กล่องสวยงาม มันเป็นงานศิลปะอีกแขนงนึงที่มากกว่าการแค่ได้ฟังเพลง(ด้วยการ load หรือ copy)

หวังว่าคงจะมีคนที่รักในเสียงเพลงจากแผ่นเสียง เทป หรือ cd ที่หลงเหลืออยู่ในประเทศไทยแล้วรวมตัวกันไว้นะครับ เผื่อมีใครคิดจะเปิดร้านขายสิ่งเหล่านี้ จะได้มีที่ให้พวกเราไปรวมตัวกันได้นะครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

12.06.2009 / 1:52 pm
125.24.173.89
By: บรรณ
ความคิดเห็นที่ 5

สิ่งที่ทำให้วงการเพลงล่มสลายโดยหลักก็คือ นิสัยของคนเสพเพลง ที่ชอบของฟรี หรือ mp3 ซึ่งคงแก้ได้ยาก

บางคนอาจต่อว่าค่ายเพลงใหญ่ๆว่า ลอกเขามาบ้าง หรือ ไม่มีคุณภาพบ้าง ผมว่าเราก็ไม่น่าจะอุดหนุนนะครับ งานแบบนั้น แต่กับงานที่ตั้งใจทำ ก็โดนคนมักง่าย นำไปให้โหลดกันฟรี ถ้าคนฟังมีจิตสำนึกและต้องการคุณภาพและศิลปะของแพ็กเกจ ก็น่าจะไปอุดหนุนของแท้กัน อย่างน้อยยอดขาย cd ที่กระเตื้องขึ้นบ้าง ก็คงทำให้คนทำเพลงมีกำลังใจที่ต่อสู้กันไปให้ถึงวันนั้น

 

แจ้งลบข้อความนี้

29.06.2009 / 1:21 pm
58.8.129.157
By: ban
ความคิดเห็นที่ 6

ตอนแรกกะซื้อหนังสือเพราะชอบบทความนี้ครับ แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพราะ.....งก โชคดีที่ได้มาอ่านที่นี่ขอบคุณครับ ผมเป็นคนที่เคยซื้อทั้ง แผ่นซีดีทั้งจริง และผี ยอมรับครับ แต่ตอนนี้เลิกซื้อของปลอมแล้วครับ เพราะเมื่อเมือเวลาผ่านไปของจริงมันกลายเป็นของมีค่า และของปลอมเป็นแค่ขยะ รวมกับของแท้ที่ทำมาไร้คุณภาพก็เป็นขยะเช่นกัน

..สรุปว่า ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

15.07.2009 / 10:18 am
203.146.196.18
By: ชอบช้อป
ความคิดเห็นที่ 7

ผมก็เป็นคนนึงเหมือนกัน ที่ชอบฟังเพลง และซื้อcdมาตลอดต้องเป็นของแท้  ตามแนวที่ชอบ  แต่บางทีก็เบื่อพฤติกรรมของร้านบางร้านเหนือนกัน ที่ออกจะดูแปลกๆ ชอบกล มองลูกค้าแบบดูถูก ไม่มีวิญาณในการขาย และบริการ ก็สมครวแล้วล่ะที่ต้องปิดไป บางที่ก็มองลูกอย่างกะตัวประหลาด ถามอะไรก็ไม่มีไว้ก่อนมันไมวิธีตอบลูกที่ดีเลยรึไง เชื่อมั้ยลูกหาเจอเองcd ที่ต้องการตลกมั้ยล่ะ แต่ผมยอมที่จะไม่ซื้อทั้งที่ชอบมาก มันก็เป็นอีกปัญหานึงเหมือนกัน ยิ่งร้านที่ใหญ่มีชื่อนั่นแหละตัวดีเลย หาคนมาขาย คิดเงินต๊ะวางท่า หารู้ไม่ลูกค้าบ้างคนฟังเพลงมากกว่าคูณอีก แล้วใครจะไปอุดหนุนเค้าก็เช๊ง หาร้านที่คิดอยากไปซื้อมากกว่า

 

แจ้งลบข้อความนี้

30.07.2009 / 2:57 pm
210.1.24.199
By: อ๊อด
ความคิดเห็นที่ 8

เพิ่งมาอ่านเจอที่คุณบรรณเขียนไว้ เห็นด้วยค่ะ เข้าใจว่าจะรุ่นเดียวกันเพราะก็คุ้นเคยกับร้านเกือบหมดที่เขียนมา มันช่างเป็นยุคที่เพลงมีความหมายที่สุด เราเป็นแฟนเพลงรุ่น nightspot รุ่นยุค 80's คุณวาสนา วีรชาติพลี มล.รุจิยาภา อ่านแล้วทำให้นึกถึงช่วงเวลานั้นจัง เหมือนได้พบเพื่อนเลย...ถ้าใครอ่านเจอบทความนี้ จะขอบอกว่าเนื่องจากเราจะย้ายบ้านไปไกล แต่ความที่เป็นแฟนเพลงและมีของของ Kurt Cobain Nirvana มากมาย อยากขาย CD Original ที่เคยซื้อจาก Tower Records / Music One etc. และจาก US รวมทั้ง Video Concerts Nirvana ที่หายากมาก ประวัติต่างๆ  Photo Book Eng.Version จากไทยและ US .ต้องการขายและแถมให้กับคนที่ชอบ Kurt Cobain จริงๆ สนใจโทรหาเราได้ 081 628 3517 ด่วนหน่อยเพราะเดือนหน้าต้องย้ายบ้านแล้ว

 

แจ้งลบข้อความนี้

24.09.2009 / 9:59 am
58.8.158.39
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 9

นับจากตอนนี้เป็นต้นไป  ร้านขายซีดีเพลงร้านไหนที่ยัง "อยู่ได้" ด้วยการขายซีดีเพลงอย่างเดียว  ผมต้องถือว่า "ไม่ธรรมดา" และค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า  คงไม่มีร้านเกิดใหม่แน่ๆ  หากเงินไม่ถึง  ใจไม่รัก  หรือ มีลูกบ้าที่อยากจะเอาเงินมาทิ้งน้ำ

-----

ลิ้งค์ไปหน้าเว็ปร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย) www.rharnhoo.com

 

แจ้งลบข้อความนี้

17.10.2009 / 8:40 pm
61.90.7.100
By: มันซ่าน
ความคิดเห็นที่ 10

ตั้งเกิด และดับไป .... มันเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ดันถูกแทนที่ด้วยปีศาจ ... มันเป็นเรื่องปวดร้าว

 

แจ้งลบข้อความนี้

22.10.2009 / 1:14 am
61.7.164.234
By: Nuchinge
ความคิดเห็นที่ 11

ร้าน REX ประตูน้ำเป็นอย่างไรบ้างแล้วครับ ออกมาอยู่ต่างจังหวัดนานไม่ได้เข้าไปเลย สมัยก่อนเช่าแผ่น VCDที่นี่ หาได้ที่เดียว ขนาดแผ่นใหญ่กว่าจานกินข้าว อีก คิดถึงมากๆ ถือกลับบ้านกลัวสุดชิวิตว่าแผ่นจะเป็นรอย เรื่องหนึ่งราคา 2-3 พันบาท แต่ราคาเช่าจำไม่ได้แล้ว ได้เครื่องมาจาก USA  20 กว่าปีก่อนใครมี เท่มากๆๆๆ

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.10.2009 / 3:38 am
124.120.71.142
By: คนชอบดูหนัง
ความคิดเห็นที่ 12

แผ่นใหญ่กว่าจานกินข้าว น่าจะเป็น laser disc มั้งครับ ตอนนี้คงหายากแล้วละครับ ใครมีก็สุดยอด เพราะภาพชัดมาก ๆ

 

แจ้งลบข้อความนี้

30.12.2009 / 1:15 am
202.149.25.234
By: don
ความคิดเห็นที่ 13

แล้วตอนนี้มีร้านไหนเหลืออยู่บ้างครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

30.12.2009 / 1:23 am
124.120.71.108
By: CD LOVER
ความคิดเห็นที่ 14

ตอนนี้ร้านขายซีดีที่มีแผ่นให้เลือกเยอะก็น่าจะเป็น B2S Boomerang Gram CAP Mangpong GMS

 

แจ้งลบข้อความนี้

03.01.2010 / 7:58 pm
58.8.85.253
By: ผ่านมาอีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 15

ร้่านน้องท่าพระจันทร์ด้วยครับ ที่ central world ครับ

 

แจ้งลบข้อความนี้

04.01.2010 / 9:41 am
58.8.157.167
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 16

ยิ่งเวลาผ่านไป  ก็ยิ่งเหลือร้านจำหน่ายซีดีเพลงน้อยลงทุกที  แม้แต่ร้าน "อาหารหู" ของเรา  ที่ว่ามีจำหน่าย  แต่เอาเข้าจริงๆสินค้าที่ทำให้ร้านของเราอยู่ได้  กลับเป็นซีดีเพลงไทย "มือสอง" หรือไม่ก็เป็น "หนังไทย" เท่านั้น  เพลงไทยใหม่แกะกล่องยอดขายไปได้ไม่เท่าไหร่    ไอ้ที่ว่าเบอร์ดีๆโดนๆ  ยอดก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย   คงต้องรอวันชื่นคืนสุขไปพร้อมๆกัน..

..ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า ?!

-----

-----

**อยากสอบถาม สั่งซื้อ หรือ เลือกดูรายละเอียดของสินค้าทั้ง หนังไทย และ เพลงไทย   กรุณากดลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย)   www.rharnhoo.com     แล้วกดเข้าไปที่ช่อง สั่งซื้อ เขียนสินค้าที่อยากได้ลงในนั้น และ อย่าลืมแจ้งหมายเลขโทรกลับด้วยครับ   หรือหากไม่สะดวกใช้อินเตอร์เน็ต ก็โทร 085 329 6996   (ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด) จะทราบราคา และ รายละเอียดของสินค้าทันที

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.05.2010 / 8:32 am
58.8.150.126
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 17

เหตุการณ์เผาบ้าน เผาเมือง ปล้นสะดม ของพวกเสื้อแดง  ที่จริงบ้าง ปลอมบ้าง ทั้งที่ห้างเซน และ เซ็นเตอร์วัน มีผลทำให้ร้านจำหน่ายซีดีเพลงไทยและเทศ ที่เป็นตำนานอีกหลายร้าน ต้องวอดวายไปในเพียงข้ามคืน !

1 ในหลายร้านที่ว่า คือ "ร้านสง่า" ที่ชั้น 3 ห้างเซนเตอร์วัน อนุเสาวรีย์ชัยฯ เปิดดำเนินการ สร้างสมประสบการณ์ไต่เต้าจากการขายแบกับดิน เก็บเงินเก็บทองจนขึ้นห้างได้  ต้องมาหายวับไปกับตา เหลือเพียง "ซากศพซีดี" ที่ไหม้เกรียม ไว้ดูต่างหน้า !

ผมคุยกับสง่าเมื่อวันก่อน เป็นห่วงเขา เพราะรู้ว่า ร้านเขาอยู่ในจุดที่ "โจรจุดไฟ"  น้ำเสียงเขาไม่ดี พูดกับผมเบาๆสั่นๆว่า "พี่ป๊อกครับ สิบปีที่ผมสร้างตัวมา หมดแล้วครับ ช่วยสาปแช่งไอ้พวกที่มันทำกับร้านผมด้วย...!"

สง่ากับผมคุยกันอีกหลายอย่าง ก่อนวางสายผมก็ทำได้เพียงให้กำลังใจกันไปตามประสาเพื่อน  แม้เราจะเรียกว่าเป็นร้านคู่แข่งกันก็ได้ ที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้านในปัจจุบัน  แต่การที่ร้านคู่แข่ง ต้องมาปิดกิจการไปด้วย "น้ำมือโจร" ผมจึงค่อนข้างเห็นใจ และ แค้นไอ้พวกสารเลวที่ทำกับสง่าเช่นกัน !

ขอให้กำลังใจสง่า และ อดทน มุ่งมั่นที่จะเปิดร้านขายซีดีเพลงให้ได้อีกครั้ง กลับมาเปิดขายซีดีเพลงที่เรารักเหมือนกัน มาอยู่เป็นเพื่อนกัน อย่าเพิ่งทิ้งผมไปไหน การเหลือร้านที่น้อยลง แม้อาจจะทำให้ขายได้มากขึ้น แต่ก็ไร้อารมณ์ ไร้บรรยากาศ ขาดสีสัน  ผมไม่ปรารถณาหรอกครับ

ธรรมดาร้านขายซีดีเพลงไทย ก็น้อยลงมากอยู่แล้ว เจอเหตุการณ์ช็อคคนทั้งประเทศอย่างนี้  จะเหลืออะไรอีกเล่า  คิดแล้วก็เศร้าจริงๆครับ

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.05.2010 / 12:25 pm
125.24.135.216
By: bun
ความคิดเห็นที่ 18

ก่อนเซ็นเตอร์วันถูกเผา ผมยังพูดๆอยู่เลยว่า ไม่ได้ไปร้านสง่ามานานแล้ว เดี๋ยวว่าจะแวะไปดูหน่อย พอเห็นข่าวแล้วใจหาย ที่คนทำธุรกิจเล็กๆที่ต้องพึ่งการเปิดร้าน โดยเฉพาะซีดี เป็นอะไรที่กำไรน้อยอยู่แล้ว กลับต้องมา่ฉิบหายด้วยไฟของไอ้พวกเผาบ้านเผาเมือง 

ผมเห็นข่าวทีไร ก็จะต้องสาบแช่งมันและพวกและนายใหญ่ของมัน ให้ตายวันตายพรุ่ง ถึงแม้จะต้องบาปหรือเป็นคนปากจัดเมื่อดูข่าว ก็จะยอมรับบาปนี้เพื่อให้พวกนี้ไม่ได้อยู่สุขสบาย อย่าลืมนะครับ ช่วยกัน พลังสาบแช่งนั้นมันแรงจริงๆๆ

 

แจ้งลบข้อความนี้

27.05.2010 / 1:00 pm
58.10.128.185
By: โอห์ม
ความคิดเห็นที่ 19

แย่มากครับ...น่าเศร้าใจมากกับเรื่อง "ร้านสง่า" อีกหนึ่งตำนานที่หายไปด้วยไฟของคนชั่ว

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.06.2010 / 7:37 am
115.87.208.206
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 20

ทราบเพิ่มขึ้นมาอีกว่าร้านจำหน่ายซีดีเพลงไทยอีกหลายร้าน ทั้งย่านสยามสแควร์ และ ร้านในห้างเซน ก็โดนไหม้เหมือนกันครับ !!!

 

แจ้งลบข้อความนี้

02.06.2010 / 7:38 am
115.87.208.206
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 21

**อยากสอบถาม สั่งซื้อ หรือ เลือกดูรายละเอียดของสินค้าทั้ง หนังไทย และ เพลงไทย   กรุณากดลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย)   www.rharnhoo.com     แล้วกดเข้าไปที่ช่อง สั่งซื้อ เขียนสินค้าที่อยากได้ลงในนั้น และ อย่าลืมแจ้งหมายเลขโทรกลับด้วยครับ   หรือหากไม่สะดวกใช้อินเตอร์เน็ต ก็โทร 085 329 6996   (ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด) จะทราบราคา และ รายละเอียดของสินค้าทันที

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

14.06.2010 / 12:30 am
125.24.183.112
By: ออย
ความคิดเห็นที่ 22

มีร้านซีดีแถววัดไผ่ตันนะ ของเยอะดี แต่ส่วนใหญ่มีแต่เพลงไทยเก่า ๆ น่ะ แล้วอย่างนี้ร้านน้องเค้าจะอยู่ได้อีกนานมั้ยนะ เห็นเขียน ๆ กันอย่างนี้ เป็นห่วงน่ะเจ้าของร้านนิสัยดีด้วย น่าสงสารจัง

 

แจ้งลบข้อความนี้

19.06.2010 / 9:08 am
58.8.114.101
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 23

นับจากนี้ไป คงจะหาร้านขายซีดีเพลงเปิดใหม่ยากเสียแล้ว  ยิ่งจำหน่ายเพลงไทย ยิ่งยากใหญ่ เพราะคงไม่ทันใจ "พวกฟรีนิยม" ที่ถนัด "การปล้น" มากกว่า "การเสียเงินซื้อ" เพลงมาฟังแน่ๆ  เราคงต้องยอมรับความเป็นจริง กับทุกสิ่งที่เปลี่ยนไป

-----

**อยากสอบถาม สั่งซื้อ หรือ เลือกดูรายละเอียดของสินค้าทั้ง หนังไทย และ เพลงไทย   กรุณากดลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย)   www.rharnhoo.com     แล้วกดเข้าไปที่ช่อง สั่งซื้อ เขียนสินค้าที่อยากได้ลงในนั้น และ อย่าลืมแจ้งหมายเลขโทรกลับด้วยครับ   หรือหากไม่สะดวกใช้อินเตอร์เน็ต ก็โทร 085 329 6996   (ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด) จะทราบราคา และ รายละเอียดของสินค้าทันที

 

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

20.07.2010 / 9:59 pm
58.9.51.44
By: gi
ความคิดเห็นที่ 24

น่าเสียดายนะคับ ที่เดี๋ยวนี้จะหาร้านขายแผ่นซีดีเพลงสากลที่คุณภาพดีๆ แนวเพลงแปลกใหม่ โดยเฉพาะแผ่น Single ที่ทำมาเพลงเดียว หลากหลายสไตร์ ซึ่งผมชอบมาก โดยเฉพาะเพลงจากนักร้องในดวงใจของผมและเพื่อนๆที่ชอบหาแทบไม่เจอเลย (เศร้าจังแฮะ....) เดี๋ยวนี้ผมต้องเปลี่ยนมาฝากซื้อแผ่น Cdจากเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ กว่าจะได้ฟังเกือบหายยาก บางแผ่นตามล่าหาซื้อเสียยิ่งกว่าซื้อทองเสียอีก ไม่อยากบอกเลยว่าแผ่นที่ผมตามหาที่ได้มาล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ใช้เวลากี่ปี พอได้มาครอบครองสมใจ...มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกคับ (ยิ่งกว่านักร้องตัวจริงเสียอีก..แฮะๆๆ) ผมจึงเข้าใจว่าคนที่หลงใหลในบทเพลงและเสียงดนตรีเป็นยังงัย 

ขอให้เพื่อนมีความสุขกับบทเพลงที่เพื่อนๆรักนะคับ 

 

แจ้งลบข้อความนี้

25.08.2010 / 11:47 pm
125.25.111.125
By: aysek
ความคิดเห็นที่ 25

แจมด้วย

ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบ Cd  แต่เหมือนโลกมันบังคับอย่างไง ก็ไม่รู้ แผ่นเสียงตายเพราะ คลาสเสจ ๆ ตายเพราะ ซีดี ดีวีดีแล้วมาถึงวันนี้ ก็คงเป็นคิวของซีดี รวมทั้งเครื่องอ่านแผ่น ทั้งหลาย ที่ถึงคิวล่วงลับ

นักธุรกิจที่ดี ก็ต้องหาทางออกตลาดเวลาแหล่ะครับ เหมือนอย่าง ณ เวลาตอนนี้ ผมอยากได้ แผ่น Creed live 2009  ประเทศไทย ยังหาไม่เจอ มาจนถึงวันนี้ 2010  เพื่อนที่เมื่องนอกก็ไม่มี จะสั่งซื้อจาก อินเตอร์เน็ต ก็ต้องเครดิต(ไม่มี) เลยยังต้องรอและ เดินเข้าไปถามร้านต่าง ๆ ตลอดมาว่ายัง มียัง

งัยก็ดี ที่ยังมีเพลงใหม่ ๆ ให้เราฟังกัน แต่จะมารูปแบบไหนก็หน่ะ ช่างมัน อย่าให้วันที่ ไม่มีใครคิดจะแต่งเพลงใหม่ ๆ เลย สาธุ ...

 

แจ้งลบข้อความนี้


Page1 of 1[ Show All ]Go to page:

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ข้อความ:
ไฟล์ประกอบ:    
      เฉพาะไฟล์ gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf
น้ำหนักไม่เกิน 200 Kb.
       
        กรุณากรอกรหัสที่คุณเห็น
 
     

กรุณากรอกข้อความในช่องที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว