14.06.2009 / 10:21 am
ป๊อก - อาหารหู
58.8.152.56
เกี่ยวกับร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย) http://www.rharnhoo.com

 ..คนชอบถาม ทำไมถึงตั้งชื่อร้านว่า.."อาหารหู" ทั้งๆที่ทั้งร้านเต็มไปด้วย วีซีดี ดีวีดี “หนังไทย” มากมาย แต่กลับมีเพลงไทยวางจำหน่ายไม่มากเท่าไหร่ ..  

..ก็ต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจตั้งแต่ต้นครับ  ตั้งใจอยากให้มีร้านสักร้านในเมืองไทย   ที่ขายเฉพาะเพลงไทยกับหนังไทยเท่านั้น   ไม่มีเพลงหรือหนังสัญชาติอื่นเจือปน  และต้องไม่มีจริงๆ 

..สำหรับเพลงไทย    ร้านเราเน้นหนักไปที่เพลงไทยสากล , เพลงไทยอินดี้หาฟังยาก    เพลงไทยจากค่ายอิสระ    หรือค่ายเล็กๆที่ไม่มีสื่อในการประชาสัมพันธ์    ที่วางจำหน่ายมาไม่กี่อาทิตย์ก็ถูกเรียกเก็บคืนกลับไปยังบริษัทจัดจำหน่าย   บางอัลบั้มยังไม่ทันเริ่ม
โปรโมทด้วยซ้ำ     ก็ถูกถอดออกจากแผงแล้ว !     ร้านเราก็จะนำอัลบั้มเพลงไทยเหล่านี้กลับมาวางจำหน่ายให้มากที่สุด และ นานที่สุดเท่าที่จะทำได้..

..ด้วยความที่พวกเราก็มีและเคยมีอาชีพอยู่ในวงการเพลง เราเข้าใจถึงความรู้สึกของศิลปินที่สร้างงานดี ทำงานมานานกว่าจะเสร็จสักอัลบั้ม ถูกตัดสินด้วยระยะเวลาวางจำหน่ายบนแผงที่น้อยเกินไป เราถือว่ามันไม่แฟร์กับศิลปิน และเป็นการไม่แฟร์ต่อคนฟังเพลงด้วยครับ ที่ไม่ทันไรก็หาซื้อเพลงจากศิลปินเหล่านี้ไม่ได้เสียแล้ว..

..นอกจากนี้ร้านเรายังมี “ซีดีเพลงไทยมือสอง” ที่อยู่ในสภาพดี หาฟังยากหลากหลายแนวไว้ให้เลือกสรรกว่า 500 แผ่น บางอัลบั้มเป็นของเก่าเก็บราคาสูง บางอัลบั้มก็เป็นที่ต้องการในตลาดคนเล่นซีดีมือสอง แต่ร้านเราก็มีจำหน่ายในราคาที่คนฟังรับได้  หรือถ้าคุยถูกคอ ที่ให้กันฟรีๆก็มีอยู่บ่อยครั้ง !

..สำหรับ“หนังไทย” ทำไมร้าน“อาหารหู” จึงมีหนังไทยเพียงอย่างเดียววางจำหน่าย เหตุใดถึงไม่มีหนังสัญชาติอื่นๆ เช่น..หนังฝรั่ง หนังจีน หรือหนังเกาหลีที่ฮิตและขายดีจนทุกร้านต้องมีวางขาย..

..คำตอบง่ายๆคือพวกเรา “รักหนังไทย” ไงครับ

เรารักหนังไทยขนาดหนัก รักอย่างเอาเป็นเอาตาย ใส่ใจและใฝ่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหนังไทยตลอดมา  เราอยู่และผูกพันกับหนังไทยมาตั้งแต่พวกเราเป็นเด็กๆ ไม่ว่าจะพ้นผ่านมากี่ยุคกี่สมัย เราก็ประทับใจและไม่เคยลืมเลือนหนังไทย.. 

..เก็บสะสมหนังไทยเท่าที่หาซื้อได้มาเรื่อยๆ แต่ก็มาค้นพบว่า ยังมีหนังไทยที่ดีดีอีกกว่าพันเรื่อง ไม่เคยมีออกมาวางจำหน่ายเลย   หนังไทยเหล่านี้ได้หายไปไหน ?  แล้วคนที่รักหนังไทย อยากดูหนังไทย จะหาหนังไทยเก่าๆที่ไหนดูกันล่ะคราวนี้ ?!

..หนังไทยที่ทำออกมาวางขายในรูปแบบวีซีดี หรือ ดีวีดีลิขสิทธิ์ ก็มีอยู่น้อยนิด หาซื้อก็ยาก เพราะวางจำหน่ายไม่ทั่วถึง ส่วนจะมองหาร้านที่จำหน่ายหนังไทยเหล่านี้ก็หายากอีก ไม่ค่อยมีร้านค้าที่ไหนให้ความสำคัญกับการจำหน่ายหนังไทย อาจเพราะกลัวขายไม่ได้ !  คนไม่นิยม จึงไม่ค่อยมีร้านค้าหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ผลักดันหนังไทยเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายแบบถูกลิขสิทธิ์ในวงกว้างเหมือนหนังสัญชาติอื่น..

..ฉะนั้น เมื่อรักและใส่ใจหนังไทยขนาดนี้  เราก็ฝันอยากมีร้านสักร้านที่จำหน่ายหนังไทยเพียงอย่างเดียว  และ ขายอย่าง “ตัวจริง” ขายด้วยความรัก  ความเข้าใจ  ขายด้วยหัวใจที่อยากจะสืบสานและเผยแพร่หนังไทยเก่าๆที่ทรงคุณค่าให้ไปผ่านสายตาคนไทย โดยเฉพาะเด็กๆรุ่นใหม่ให้มากที่สุด..เท่าที่เราจะทำได้

..ร้าน“อาหารหู”ของเรา จึงเป็นที่รวบรวมหนังไทยทั้งใหม่และเก่ามากกว่า 1,500 เรื่อง มีทั้งรูปแบบ วีดีโอ , วีซีดี , ดีวีดี มีทั้งแบบมีลิขสิทธิ์ และหนังไทยที่ไม่เคยมีออกมาวางจำหน่าย  หนังที่หมดจากตลาดไปแล้ว  หรือหนังไทยที่หายไป  เราก็มีจัดทำไว้ในรูปแบบ “ดีวีดี ไรท์” เอาไว้เพื่อการอนุรักษ์สำหรับคนที่รักและคิดถึงหนังไทยเก่า , เอาไว้เพื่อศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับภูมิประเทศ ถนนหนทาง บ้านเรือนในยุคก่อน การแต่งกาย หรือ สไตล์การแสดงของดารายอดนิยมทุกยุคสมัย..

..หรืออยากจะหาเก็บเอาไว้เป็นของสะสมที่ทรงคุณค่า  และเป็นเครื่องเตือนความทรงจำในอดีตก็ได้..

..แต่คุณภาพทั้งภาพและเสียงของหนังไทยแผ่น “ดีวีดี ไรท์”เหล่านี้  ก็ไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์นัก เพราะต้นฉบับที่เราเสาะแสวงหามาได้ บ้างก็มาจากแผ่นวีซีดีที่หมดสัญญาหรือลิขสิทธิ์การขายไปแล้ว  บางส่วนก็มาจากม้วนวีดีโอ หรือ จาก “กากฟิล์ม” ที่เป็นสำเนาชุดสุดท้ายที่ค่อนข้างชำรุดเสียหาย..

.. หนังไทยบางเรื่องจึงอาจมีไม่จบเรื่อง  บางเรื่องก็อาจถูกตัดตอนไปบ้างด้วยปัญหา"การเซ็นเซอร์แบบไร้ศิลปะ" ของผู้มีอำนาจถือกรรไกร แต่ขาดความเข้าใจในความเป็น "หนัง" อย่างถ่องแท้ !  อรรถรสในการรับชมจึงอาจได้แค่แก้คิดถึงเท่านั้น   คงจะเติมเต็มความรู้สึกทั้งหมดที่รอคอยไม่ได้ ..แต่ก็เป็นเพียงเศษส่วนน้อยเท่านั้นครับ  เพราะหนังไทยส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดี

..พูดถึงหนังไทยแล้ว ร้าน”อาหารหู”ของเรา  ยังมีอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับหนังไทยจำหน่าย เช่น..ใบปิดหนังไทยที่เป็นของแท้ต้นฉบับ , โปสเตอร์หนังไทยขนาดใหญ่ , โชว์การ์ดหนังไทยเก่าๆที่เคยติดโชว์อยู่ตามโรงภาพยนตร์ในอดีต , โปสการ์ดหนังไทย , โปสการ์ดหรือรูปภาพดารานักแสดงไทย , หนังสือเกี่ยวกับหนังไทย , หนังสือเกี่ยวประวัติดาราไทยหรือบุคคลสำคัญในวงการภาพยนตร์ไทย ฯ

สำหรับหนังไทยที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ร้านของเราก็มีวางจำหน่ายทุกค่ายทั้งรูปแบบวีซีดี และ ดีวีดี ไม่ว่าจะเป็นของ บ. XxX , แฮปปี้ไทม์ , โซล่า , เล็ปโซ่ , พรีเมี่ยม , ซันนี่ส์ดิสค์ , TIGA และ อื่นๆอีกมากมายที่ทำออกมาวางจำหน่ายตามท้องตลาดในราคาไม่แพง


**หากสนใจสินค้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นหนังไทย หรือเพลงไทย จะสั่งซื้อผ่านทางเว็บ หรือ จะโทรสอบถาม และ สั่งซื้อทางโทรศัพท์ก็ได้ทุกวันตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุดครับ ที่เบอร์ (085) 329 6996 เบอร์นี้ เบอร์เดียว..

**แต่ถ้าจะแวะมาเลือกชมหรือซื้อหาที่ร้าน  ร้านของเราจะเปิดบ่าย 3 โมงเย็น จนถึง 2 ทุ่มโดยประมาณ ตั้งแต่วันอังคาร ถึง วันเสาร์ (หยุดทุกอาทิตย์ กับ วันจันทร์)

..ในส่วนของเว็บไซต์ rharnhoo.com (อาหารหู ด็อด คอม) แม้จะเป็นเว็บหนึ่งที่ "ตั้งใจ" จะขายสินค้า แต่สิ่งที่ผมเพียรพยายามและ "ตั้งใจมากกว่า" คือจะให้เว็บนี้เป็นที่รวบรวมและบันทึกความเป็นมาของเพลงไทยแต่ละชุด และ หนังไทยแต่ละเรื่อง โดยจะให้มี "ข้อมูลโดยย่อ" ที่ถูกต้องที่สุด และ เป็นที่น่าเชื่อถือที่สุด สำหรับทุกคนที่ต้องการค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเพลงไทย และ หนังไทยในโอกาสต่อไป

..ขอบพระคุณทุกท่านครับ

-----

ยกข้อความทั้งหมดมาจากช่อง "อาหารหู" (ที่หน้าเว็บ)

                                                                         

 

แจ้งลบข้อความนี้

14.06.2009 / 10:22 am
58.8.152.56
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 1

ลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (หนังไทย - เพลงไทย) www.rharnhoo.com

 

แจ้งลบข้อความนี้

17.06.2009 / 10:03 pm
124.120.49.39
By: มานิด อัฃวงศ์
ความคิดเห็นที่ 2

ได้ไปเยือน "อาหารหู" มาแล้ว / ใช่ครับ มีอาหารหู และ อาหารตา  "หากเติมอาหารปาก" เช่นมีมุมเล็กสำหรับนั่งดื่ม-กิน จได้คุยกัน  ผมคิดว่าจะครบสูตรเป็น "อาหารทิพย์"

 

แจ้งลบข้อความนี้

16.09.2009 / 9:19 am
58.8.158.123
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 3

พี่มานิด อัชวงศ์ (เพื่อนรัก และ ผู้จัดการส่วนตัวน้าจรัล มโนเพชร) ให้เกียรติมาเยี่ยมชมร้าน และ อุดหนุนสินค้าจากทางร้านไป ขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ  และ ยังไม่ลืมนำผลงานเป็นบ็อกเซ็ตซีดี ชุด "ซึงสุดท้าย" ของยอดศิลปินล้านนาผู้ล่วงลับ จรัล มโนเพชร มาให้ทางร้านจำหน่ายด้วย (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ท่านใดสนใจ โทรสอบถามได้ที่เบอร์ 085 329 6996 ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด  หรือ ไปสั่งซื้อที่หน้าเว็ปร้าน "อาหารหู"  www.rharnhoo.com

 

แจ้งลบข้อความนี้

17.04.2010 / 3:39 pm
124.122.68.164
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 4

**อยากสอบถาม สั่งซื้อ หรือ เลือกดูรายละเอียดของสินค้าทั้ง หนังไทย และ เพลงไทย   กรุณากดลิ้งค์ไปหน้าเว็บร้าน "อาหารหู" (ร้านสำหรับคนรักเพลงไทย - หนังไทย)   www.rharnhoo.com  แล้วกดเข้าไปที่ช่อง สั่งซื้อ กรอกข้อมูลทุกอย่างลงในนั้น    หรือโทร 085 329 6996   (ได้ตลอด 24 ช.ม. ไม่มีวันหยุด)

 

แจ้งลบข้อความนี้

21.07.2010 / 12:49 pm
124.120.7.9
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 5

 
 
คำสารภาพของคนรักหนังไทย
 
17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 10:00:00
 
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี

เป็นคนหนุ่มอีกคนที่เลือกใช้ชีวิตเป็นของตนเอง มากกว่าการเป็นหุ่นยนต์ในโปรแกรมของการสร้างเนื้อสร้างตัวตามวิถีทางทุนนิยม

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : บรรดาคนรอบตัว ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี รู้ดีว่าเขาเป็นคนมีฝีมือ ฝากผลงานแต่งเพลงไว้ไม่น้อย ล่าสุดคือชุด Jazz After Hours ที่กำลังออกวางขาย อีกทั้งเพลงประกอบหนังเรื่องแรกของเขา 'อันดากับฟ้าใส' ก็เคยคว้ารางวัลตุ๊กตาทองมาแล้ว

ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่เลือกวิชาเรียนเอกการแสดง (Performing Arts) เพราะใฝ่ฝันจะทำหนัง แต่เหตุผลที่ยังไม่ยอมออกจากวงการเพลงมาตลอด 10 ปี เพราะอยากจากไปอย่าง 'เต๊ะจุ๊ย' มากกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีอัลบั้มของตัวเองที่ขายดีสักชุด
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี

บทสนทนากับ ป๊อก ทวิษย์ชญะ คราวนี้ ไม่เกี่ยวกับเพลง แต่สืบเนื่องจาก 'ร้านอาหารหู' (แต่มีหนังให้ดู) ร้านขายสินค้าเพลง-หนังของเขาในโซนจี ย่านตะวันสแควร์ ใกล้ลาดพร้าวซอย 142 ที่กล่าวขานกันหนาหูว่า มีหนังไทยคลาสสิกไว้บริการแฟนๆ

พื้นฐานคุณเป็นนักแต่งเพลง แล้วหนังไทยเข้ามามีความสำคัญในชีวิตคุณได้อย่างไร

ตอนเด็กๆ พ่อแม่พาผมไปทิ้งที่โรงหนังโอเดียน ทั้งหนังจีน หนังกำลังภายใน หนังฝรั่ง ผมดูทุกอย่าง แต่ยุคนั้น ก่อนปี 2520 เป็นยุคเฟื่องฟูของหนังไทย ปี 17- 18-19 ตอนนั้นคุณแม่พาไปตลอด เราจะรู้จักตั้งแต่ กรุง ศรีวิไล, สมบัติ เมทะนี, สรพงษ์ ชาตรี, ไพโรจน์ (ใจสิงห์), ยอดชาย (เมฆสุวรรณ) นาท ภูวนัย รู้แม้กระทั่งคนกำกับเรื่องนี้เป็นใคร เรื่องต่อไปเรื่องอะไร ฉากนั้นเป็นยังไง จำได้แบบออโตเมติก
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี

เหตุผลที่รักหนังไทย ทั้งที่มีโอกาสได้ดูหนังอื่นๆ ?

ผมว่าหนังไทยมันอยู่ในสายเลือด บรรยากาศดีๆ มันอยู่ในหนังไทย เราซึบซับได้ง่ายกว่า ดูมาเรื่อยๆ จนโต พอมีสตางค์ ขณะที่เพื่อนๆ ชอบไปเดินตากแอร์เย็นๆ ในห้าง ผมเลือกที่จะไปเดินหาซื้อหนังไทย ซื้อหนังสือและวิดีโอ ซื้อฟิล์มวิว เอ็นเตอร์เทน สตาร์พิคส์ ไปซื้อหนังไทยแบบแบกกลับมาทีเยอะๆ เก็บเงินซื้อเครื่องวิดีโอเอง ส่วนมากจะเป็นหนังที่กำลังเผยแพร่ แต่มีบางส่วนที่เอาหนังเก่ามาทำ ก็เก็บก็ซื้อ บางทีเขาให้เช่า เราขอซื้อเลย อยากดูบ่อยๆ อยากเป็นเจ้าของ นั่นล่ะครับ คือจุดที่ทำให้เรากลายเป็นคนรักหนัง เราอยากซึมซับ เลยมีหนังเยอะมากๆ
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี

มากขนาดไหน...

โห ! ต้องมี 2 พันเรื่อง อาจจะไม่ถึงดี อาจจะซ้ำๆ บ้าง มีมากครับที่ซื้อซ้ำ มาทำกล่องเอง ประดิษฐ์เอง มีความสุขกับเรื่องแบบนี้ เมื่อกลายเป็นคนซื้อมากๆ เราก็รู้จักร้าน เราจะรู้สึกว่าเรามีความรู้มากกว่าคนวัยเดียวกัน อย่างเช่นถามเรื่อง 'ไอ้คลั่งทะเลโหด' ถามคนขาย 'พี่ ไอ้คลั่งทะเลโหด ใครกำกับน่ะ ใช่ครูชาลี อินทรวิจิตร รึเปล่า เขาถ่ายที่ไหน' รู้สึกว่าเขาตอบไม่ได้ ได้แต่สักว่าขายไป ถามถึงแผลเก่า 'มันถ่ายที่ไหน รอง เค้ามูลคดี ได้นักพากย์ยอดเยี่ยมจากฉากนี้ใช่มั้ย' เหมือนเขาไม่คุยกับเรา เขาเป็นแค่คนขาย มากๆ เข้า ทุกๆ ร้านเป็นอย่างนี้ จากนั้นในใจเราเลยคิดว่าสักวันหนึ่งเราอยากจะมีร้านที่ขายหนังไทย แล้วคนขายมีความรู้จริงๆ

ผมก็สะสมมาเรื่อยๆ จนฟอร์แมตเปลี่ยนจากวิดีโอมาเป็นวีซีดี ช่วงนี้จะเป็นรอยต่อ หนังไทยไม่ทำออกมาอีกเลย หายไปเลย หนังไทยดีๆ หลายร้อยเรื่อง หมดไปพร้อมกับวิดีโอ ไม่มีวีซีดีออกมา ทราบทีหลังว่าทำออกมาก็เจ๊ง เพราะสมัยนี้ มันก๊อบ มันไรท์กันง่าย แต่เราเฝ้ารอตลอดเวลาว่าอยากให้หนังพวกนี้ทำออกมา ยกตัวอย่างง่ายๆ 'แผลเก่า' ของอาเชิด ทรงศรี สร้างปี 2520 ไม่เคยมีลิขสิทธิ์ออกมาเลย อย่าง 'วัยอลวน' สรพงษ์-นันทนา เงากระจ่าง ก็ไม่มีคนทำออกมา ทั้งที่ผมเชื่อว่าทำออกมาก็ขายดีแน่ๆ

ในขณะที่หนังของ อมรา อัศวนนท์ หนังของ รัตน์ เปสตันยี เรื่อง 'โรงแรมนรก' เกือบ 50 ปีแล้ว มีทำออกมา แล้วสภาพฟิล์มใหม่มาก มันอยู่ที่วิธีการเก็บฟิล์ม เราไม่มีงบประมาณทางด้านนี้ รัฐบาลก็ไม่ช่วย พอมาถึงยุคดีวีดี ก็ยิ่งงวดหายเข้าไปอีก
คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
เสน่ห์เคียงข้างแผ่นฟิล์ม

จำเป็นหรือไม่ว่าหนังไทยทุกเรื่องจะต้องออกเผยแพร่ในรูปของดีวีดีหรือวีซีดี คุณมีเกณฑ์ในใจเท่าไร

100 เรื่องต้องมีนะ ทุกวันนี้จะมีคนบอกตลอดเวลาว่า ให้ช่วยกันสนับสนุนหนังไทย ช่วยกันดูหนังไทยนะ แต่ไม่ได้บอกว่าเราจะเอาหนังที่ไหนดู เอาง่ายๆ 'แผลเก่า' มีแต่คนชม นักวิจารณ์บอกต้องดู 'แผลเก่า' แต่คนรุ่นใหม่งง 'แล้วกูจะดูจากไหน' หรือ 'เมืองในหมอก' เอ็กเพรสชั่นนิสต์มาก หนังของเพิ่มพล (เชยอรุณ) หนังแรงมาก จะดูจากไหน หอภาพยนตร์จัดปีละครั้ง ห้องนั้นอัดได้แค่ 20-30 คน หรือ 50 คน แล้วดูกับฟิล์มเละๆ พอมีคนทำวิดีโอออกมาเผยแพร่บอกว่า 'ผิดนะ' แล้วเราจะดูยังไง

เป็นเพราะไม่มีคนลงทุนซื้อลิขสิทธิ์แล้วผลิตออกมา

นั่นก็ทางออกหนึ่ง แต่ก็ยังมีทางออกเยอะแยะ ถ้าไม่มีทางออกจริงๆ ก็อย่ามาบอกว่า ให้ดูหนังไทย จะให้ดูแต่หนังชนโรงอย่างนั้นเหรอ

(อ่านต่อ)

 

แจ้งลบข้อความนี้

21.07.2010 / 1:00 pm
124.120.7.9
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 6

แล้วการนำฟอร์แมตที่อยู่ในครอบครองมาทำสำเนาซ้ำให้คนอื่นได้ดู คุณมองว่าผิดมั้ย

ผมมองว่าเป็นการละเมิด มันผิดอยู่แล้วล่ะ แต่เป็นการละเมิดที่ผมพร้อมจะอ้าแขนรับ ผมจะเปิดหัวใจเลยว่า ผมไม่ได้ทำหวังรวย ผมทำตามสั่ง เพราะอยากจะให้ทุกคนได้ดู แล้วถ้าผมไม่รักจริง ผมไม่บ้ามาตั้งแต่เด็ก ผมไม่มีการวางแผนเลยว่าอีก 10 ปี 20 ปี ผมจะมาทำตรงนี้ ผมจะเอามาสเตอร์มาทำ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า จะมีดีวีดี ผมซื้อหนังทีบางครั้ง 2-3 ก๊อบปี้ ผมมีหนังเรื่อง 'ไอ้แปดนิ้ว' ของ ดอกดิน กัญญามาลย์ หรือมือปืนพ่อลูกอ่อน แล้ววันหนึ่ง เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไอ้หนังพวกนี้ไม่เห็นมีออกมาเป็นดีวีดี เมื่อวันหนึ่งก็มีคนทำอย่างนี้ (ก๊อบปี้) ออกมา เราก็ดีใจ เพราะถ้าเราเอาวิดีโอไปแปลงเป็นดีวีดี มันแพงมาก มหาศาล จากนั้น พอเราเอาโปสเตอร์มาแปะ มีคนมาถาม เราก็เริ่มทำ เพราะเรารอแล้วรอเล่าไม่มีใครทำออกมา

วันดีคืนดี เราไปเดินพบว่ามีคนทำออกมาเหมือนที่เราคิด เราก็ดีใจ เด็กๆ จะได้ดู หนังพวกนี้ แต่ปรากฏพอซื้อไปดู ภาพมันแย่ มันดำ มันมืด คุณภาพไม่ได้ เหมือนใจเขากับใจเรา มันไม่เท่ากัน เหมือนเขาทำแบบกองโจร แป๊บเดียวก็หายไป เราก็มานั่งคิดว่า เรามีหนังเยอะ แต่เราอยากทำดีๆ จะได้มั้ย เราอยากให้เด็กรุ่นใหม่ได้ดู แล้วก็ดูแลลูกค้าไปตลอด สมมติว่า เราเจอมาสเตอร์ได้แค่นี้ 8 เต็ม 10 ทำให้เขาไปแล้ว ต่อมาเราเจอมาสเตอร์ที่ชัดขึ้นไปอีก เพราะเราไม่หยุดหา เราก็จะโทรเรียกลูกค้าคนนั้นให้มารับมาสเตอร์ใหม่ไปฟรี ผมทำแบบนี้กับบางเรื่องมาแล้ว

แต่ทันทีที่มีลิขสิทธิ์ของหนังเรื่องนี้ออกมา ผมก็จะหยุดทำหนังเรื่องนี้ทันที

ส่วนตัวผมเอง เชียร์ให้คนซื้อของถูกต้องตามกฎหมาย ทุกวันนี้ก็เหมือนทำแหย่ๆ ให้เจ้าของเขาทำออกมาเสียที ทำนองว่ามีของผิดกฎหมายอยู่นะ แต่ไม่หนีไปไหน เป็นโจรที่พร้อมจะให้ตำรวจมาจับ จับผมได้เลย ถ้าคุณไม่อินกับสิ่งที่ผมทำอยู่ ไม่อินกับคำพูดจากหัวใจว่ามันรักมาก

มองในแง่ธุรกิจ เป็นไปได้มั้ยว่าตลาดนี้ยังเล็กมาก ไม่คุ้มค่าลงทุนสำหรับผู้ประกอบการ

เป็นไปได้ครับ เพราะหนังลงทุนเรื่องนึง ก็หลายตังค์ แต่สิ่งที่เราทำ ถ้าเราทำแค่การค้าอย่างเดียว เราคงไม่จำเป็นต้องรีเสิร์ช ลงทุนทำปก ลงข้อมูลว่าใครกำกับใครแสดง เพราะกว่าจะได้เงิน 100 - 200 บาท ใช้เวลาหลายวัน

ในเรื่องข้อมูล ผมว่าผมได้อยู่นะ ตอนเริ่มมีหนังสือเกี่ยวกับหนังไทย ผมซื้อทุกเล่ม แต่เท่าที่มีตำราให้อ่าน ผมย้อนกลับไปได้เท่าที่มีข้อมูล คือราวๆ 'พระเจ้าช้างเผือก' ขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่คนที่อยู่วงการหนัง ไม่ได้อยู่กับครอบครัว ที่เดิน ตามพ่อแม่ไปกองถ่าย แล้วรู้จักคนนั้นคนนี้ ผมเป็นคนวงนอก ที่ติดตามจนรู้ รู้แม้กระทั่งว่า สมบัติ (เมทะนี) ลงทุนโกนหัวเล่นหนังเรื่องนี้ได้ค่าตัวเท่าไร ผมว่าผมก็โอเคนะ ผมรักและใส่ใจที่จะเรียนรู้

ทางออกของเรื่องนี้ ?

จริงๆ ผมอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน สืบสาวหาตัวผู้สร้าง คนที่ถือลิขสิทธิ์ แล้วจัดทำหนังออกมาเถอะ ทำแบบถูกกฎหมาย แล้วอย่าดูถูกหนังไทย ทำ ออกมาขาย 17 บาท แล้วกองๆ ขายอย่างไม่มีค่า แล้วแก้กฎหมายซะ เอาผิด ให้หนักๆ ไปเลย

แล้วมองข้ามบ้างเถอะ กับเรื่องแบบนี้ มองให้เห็นว่าเรามีเจตนาที่จะเผยแพร่ เพราะคุณไม่ทำเราถึงทำ แล้วทำอย่างเปิดเผยด้วย ไม่ได้หลบซ่อน แต่ผมเอง ก็ยังไม่รู้ว่าตัวจะไปได้อีกนานเท่าไร

ใครที่สนใจไปดูกันได้ที่ร้านผม รวมถึงผู้สร้างที่ไม่มีหนังของตัวเอง มาที่ร้านผมได้ ดาราก็มากันเยอะมาก ไปหาหนังที่ตัวเองเล่น แล้วก็ยังไม่มีใครสักคนที่บอกว่ามันผิด นาตยา แดงบุหงา ส่งแม่บ้านมา สั่งซื้อหนังที่ตัวเองเคยเล่น อาธรรมรัตน์ นาคสุริยะ นักแสดงนางเอกรุ่นคุณเพิ่มพล เชยอรุณ เช่น พี่ปาริชาติ บริสุทธิ์ รุ่นใหม่ จตุรงค์ มกจ๊ก มีลูกค้าผู้ใหญ่จำนวนมากที่แวะมาพูดคุยจับมือว่าคุณอย่าเลิก

ใช้เวลาชั่งใจนานมั้ย ก่อนตัดสินใจมาทำ

นานครับ ผมเกลียดเรื่องแบบนี้เข้ากระดูกดำ แต่ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ ผมจะไม่หลบซ่อนทำ ผมไขว่ห้างทำ นั่งจุ๊ยเลย และพร้อมจะกราบขอโทษผู้สร้างทุกคน ถ้าไม่พอใจ ท่านผู้สร้างรายไหนหวงหนัง ขอให้เข้าใจเจตนาผมก่อน มาสั่งสอน มาต่อว่าผมได้ แต่ก่อนจะทำแบบนั้น ขอให้ฟังผมก่อนสักนิดนึง เพราะการที่คนไทยสักคนกำลังรอดูหนังดีๆ สักเรื่อง มันเป็นมรดกที่คนไทยควรจะได้รับการบอกต่อ ฉะนั้น ผมไม่มีเจตนาอื่นใดนอกจากความรัก ทำแบบนี้ไม่รวยหรอกครับ มีแต่จะเหนื่อยเท่านั้น

คิดอย่างไรกับคำพูดว่า หนังไทยน้ำเน่า

มันเป็นส่วนร่วมในชีวิต เรื่องน้ำเน่าอยู่ในชีวิตเราอยู่แล้ว ในความเป็นอาร์ตก็มีอยู่ ถ้าเราจะหาให้เจอ ขณะที่หนังเรื่อง 'เพื่อนแพง' บทประพันธ์ของยาขอบ แต่ทำไมเราดูแล้วร้องไห้ได้ทุกครั้ง ทั้งที่เราโคตรจะใจแข็ง เราร้องไห้ให้กับฉากเดิมๆ ตลอดเวลา ไอ้น้ำตื้นๆ แต่มันกระโดดน้ำตาย อย่าง 'พลอยทะเล' ทำไมคนบาปถึงหวังอยากได้พลอย มันสอนมันเตือนใจตลอดเวลา หรือหนังที่ถ่ายทำในกรุงเทพฯ เราไปย้อนความทรงจำวัยเด็ก เฮ้ย ! รถเมล์สายนี้มันผ่านตรงนี้เหรอ ตรงนี้สยามเปลี่ยนไปแล้ว

ผมเคยฝันนะ ผมฝันว่าผมไปตีกอล์ฟกับอาฉลอง ภักดีวิจิตร ขณะที่ คุณอาเชิด ทรงศรี โทรมาชวนกินข้าว แล้วคนที่นั่งรอผมอยู่คือ ท่านมุ้ย แล้วผมบอกกับทุกคนว่า คนที่ผมกำลังไปหา คืออาบัณฑิต ฤทธิ์ถกล ผมฝันว่าผมเป็นเพื่อนกับคนเหล่านั้น จริงๆ เป็นเรื่องเกินตัวไปหน่อย แต่ผมเป็นอย่างนี้จริงๆ ผมรักท่านเหล่านี้เยอะจากผลงาน

มีอะไรผิดหวังกับหนังไทยบ้างมั้ย

ก็มีนะ ผมมองว่าหนังไทยค่อนข้างจะขาดเรื่องบท นานๆ จะมีสคริปท์เหนือชั้นออกมาสักที ขาดการคิด การเรียนรู้เรื่องบท ซึ่งหากทำได้ดี หนังไทยจะไปไกลกว่านี้ เพราะบทเป็นหัวใจของหนัง ผมเชื่อว่าความสามารถในการกำกับ ฝีมือนักแสดงไม่แพ้หรอก อาจจะไม่มี (โรเบิร์ต) เดอ นิโร ในเมืองไทย แต่สรพงษ์ ชาตรี ยุคหนึ่งก็ใช่ อาจจะไม่มี (แจ็ค) นิโคลสัน แต่อาจารย์ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง บางครั้งก็คล้ายๆ อะไรอย่างนั้น

 

Presentable

เสน่ห์เคียงข้างแผ่นฟิล์ม

"ใบปิดหนังเหมือนนาฬิกาโรเล็กซ์ คือราคาไม่ตก ไม่น่าเชื่อว่าหนังของมิตร ชัยบัญชาบางเรื่อง ไปไกลถึง 5,000 ถึง 10,000 บาท ใบปิดเป็นเรื่องของความรู้สึก เหมือนมีดาราอยู่ใกล้ๆ เรา เป็นพระเอกในใจเรา...ใบปิดนี้ ผมมีการไปหาซื้อตลอดเวลา งานแฟท ผมแค่วางขาย 10 นาที ขายโปสเตอร์ 'รักซึมลึก' ไปแผ่นนึง ถามว่าทำไมถึงซื้อรักซึมลึก รู้มั้ยว่า บิลลี โอแกน เล่นเรื่องแรก ไพโรจน์ สังวริบุตร กำกับ แล้ว บิลลี กับ สิเรียม ก็รักกันเรื่องนี้"

มโนมัย มโนภาพ

จากที่มา.. http://www.bangkokbiznews.com/2007/11/17/WW06_0609_news.php?newsid=202413

 

 

แจ้งลบข้อความนี้

21.07.2010 / 1:07 pm
124.120.7.9
By: ป๊อก - อาหารหู
ความคิดเห็นที่ 7

 
 
Home | Lifestyle
Rharnhoo: Snug Store Supplies a Lifeline to Fans of The 'Silver Screen'
UPDATE : 20 July 2010
Maneeya Dhammataree

At Rharnhoo (‘feast for the ears’), appearances can be deceptive since this outlet specializing in Thai movies, set in a ‘cozy’ space of just seven square meters, boasts a stock of over 2,500 local movie titles and countless musical albums for sale.

Thawichaya Tungsaharangsee (see main picture, above), the operator and founder of Rharnhoo, says he established the store, based at Tawanna Square on Lad Phrao Road, because he has been crazy about Thai movies since his childhood days.

He says that although he was always keen to watch more Thai movies, he found it difficult to get his hands on them and failed to locate a store specializing in domestic movie titles. And while Rharnhoo cannot provide customers with a copy of Nang Sao Suvarna, Siam’s first official movie, you can get a copy of the groundbreaking Chang: A Drama of the Wilderness, which was shot in 1925 and released in 1927.







Boundless Adventure
When it comes to action movies, Rharnhoo stocks many of the country’s best known classics, as well as very rare titles that are nevertheless in great demand, such as the first episode of Mue Puen (‘Gunman’, 1983), directed by His Serene Highness Prince Chatrichalerm Yukol.

Among the romantic dramas, you can’t miss Plae Kao (‘The Scar’, 1977), which was directed by Cherd Songsri (1931-2006), one of the kingdom’s most talented directors, producers and screenwriters.

Plae Kao won the Golden Montgolfiere at the 1981 Nantes Three Continents Festival. The movie was also voted one of the world’s 360 classic movies in 1998 by the British Film Institute’s Museum of the Moving Image in London and Sight & Sound magazine.

Form And Function
You can also search for a specific classic movie by director, actor or actress. For example, if you enter Sorapong Chatree, an actor who gained the title of National Artist in 2009, you will discover that Rharnhoo has over 50 of the 300 movies Sorapong starred in. Among these is Peun Paeng (1983), which was directed by Cherd Songsri and received the Suratsawadee Award (First Prize) in 1983.

Alternatively, you might wish to focus on the work of a particular director, such as Kom Akadej, who directed several famous Thai action movies, including Mahahin (1978) and Khun Dej (1980), which both starred Sombat Metanee. Sombat began his acting career in 1960 and appeared in over 600 films. Indeed, at one stage of his career Sombat was listed in the Guinness Book of Records for having recorded the highest number of movie appearances.

Local Influence
If you spot any foreign movies at Rharnhoo, they are sure to feature a Thai element. The classic British World War II movie The Bridge on the River Kwai, set in Kanchanaburi but actually shot in England and Sri Lanka, for example, features several Thai supporting actors and actresses, such as Wilaiwan Wattanapanit.

Since Rharnhoo is dedicated to gathering as much material as possible relating to Thai movies, the store also stocks books and old movie posters. The store sells DVD box sets of several well known contemporary movies, too.

The store is almost like an unofficial archive, and no matter how insignificant it might appear, if a movie was made you’ll find all the necessary information recorded about it at Rharnhoo.

Thawichaya says that a broad spectrum of people visit the store, including ordinary folks interested in classic movies, along with celebrities, such as actors, actresses, directors or others working in the local movie industry.

“If you visit our store, the memories will come flooding back,” he says.

Thawichaya says he even knows of veteran directors who have described how seeing a copy of one of his classic titles sparked a wave of sentimentality. Among ordinary folk, many workers from the provinces who come to work in Bangkok visit the store to pick up a copy of a favorite film they first saw in their hometowns at open air screenings, according to Thawichaya.

Rharnhoo opens from Tuesday through Saturday from 3-8 pm. The shop also has a delivery service – call Tel: +66 (0)85 329 6996 for further details.

Transport Connections:
Rharnhoo is located in Zone G of Tawanna Square. The shop number is 677-678.

Train: Take the MRT subway to Ladphrao station. Take Exit 4 (Lad Phrao Road) and take any form of local transport to The Mall Bangkapi department store. An air-conditioned bus number 514 is one option.

On reaching The Mall Bangkapi, cross the road and walk for a distance of about 300 meters. Tawanna Square is located next to Makro.

 


 

 
 








จากที่มา..  http://www.tannetwork.tv/tan/

http://www.tannetwork.tv/tan/ViewData.aspx?DataID=1032457

 

แจ้งลบข้อความนี้


Page1 of 1[ Show All ]Go to page:

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ:
ข้อความ:
ไฟล์ประกอบ:    
      เฉพาะไฟล์ gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf
น้ำหนักไม่เกิน 200 Kb.
       
        กรุณากรอกรหัสที่คุณเห็น
 
     

กรุณากรอกข้อความในช่องที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าว